สอบราชการ.com
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
สอบราชการ.com

Electrical Instruments and Measurements สอบ SEC.2 2.68

สรุปแนวข้อสอบสำหรับทบทวนก่อนทำข้อสอบ

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF

หน่วยวัดพื้นฐานทางไฟฟ้า (Base Units) และหน่วยอนุพัทธ์ (Derived Units)

หน่วยฐาน (Base Units)

  • หน่วยฐานคือหน่วยที่เป็นอิสระต่อกันและเป็นรากฐานของหน่วยอื่น ๆ ในระบบ SI ตัวอย่างเช่น:
    • แอมแปร์ (A): หน่วยวัดกระแสไฟฟ้า
    • กิโลกรัม (kg): หน่วยวัดมวล
    • วินาที (s): หน่วยวัดเวลา
    • เคลวิน (K): หน่วยวัดอุณหภูมิ
    • โมล (mol): หน่วยวัดปริมาณสาร
    • แคนเดลา (cd): หน่วยวัดความเข้มของการส่องสว่าง
    • เมตร (m): หน่วยวัดความยาว

หน่วยอนุพัทธ์ (Derived Units)

  • หน่วยอนุพัทธ์คือหน่วยที่ได้จากการรวมหน่วยฐานเข้าด้วยกันโดยใช้ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ ตัวอย่างเช่น:
    • โอห์ม (Ω): หน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า (V/A)
    • โวลต์ (V): หน่วยวัดแรงดันไฟฟ้า (J/C)
    • วัตต์ (W): หน่วยวัดกำลังไฟฟ้า (J/s)
    • เทสลา (T): หน่วยวัดความหนาแน่นฟลักซ์แม่เหล็ก
    • จูล (J): หน่วยวัดพลังงาน

คำอธิบายเพิ่มเติม

  • หน่วยวัดบางหน่วยอาจมีคำนำหน้า (prefixes) เพื่อระบุขนาด เช่น กิโล (k), เมกะ (M), มิลลิ (m), ไมโคร (µ) เป็นต้น
  • การแปลงหน่วย: ต้องทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยต่าง ๆ เพื่อทำการแปลงได้อย่างถูกต้อง เช่น 1 kV = 1000 V, 1 kWh = 3.6 MJ

มาตรฐานการวัดทางไฟฟ้า (Electrical Measurement Standards)

ประเภทของมาตรฐาน

  • มาตรฐานนานาชาติ (International Standards): มาตรฐานที่กำหนดโดยองค์กรระหว่างประเทศ เช่น BIPM
  • มาตรฐานปฐมภูมิ (Primary Standards): มาตรฐานที่มีความแม่นยำสูงสุดในแต่ละประเทศ
  • มาตรฐานทุติยภูมิ (Secondary Standards): มาตรฐานที่สอบเทียบกับมาตรฐานปฐมภูมิ
  • มาตรฐานการใช้งาน (Working Standards): มาตรฐานที่ใช้ในห้องปฏิบัติการและอุตสาหกรรม

การสอบกลับได้ (Traceability)

  • การสอบกลับได้คือความสามารถในการเชื่อมโยงผลการวัดไปยังมาตรฐานระดับชาติหรือนานาชาติผ่านลำดับการสอบเทียบที่ไม่ขาดตอน

ความสำคัญของมาตรฐาน

  • เพื่อให้การวัดมีความถูกต้อง, แม่นยำ, และสามารถเปรียบเทียบได้
  • เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเป็นไปตามข้อกำหนด

เครื่องมือวัดทางไฟฟ้า (Electrical Instruments)

ประเภทของเครื่องมือ

  • แอมมิเตอร์ (Ammeter): วัดกระแสไฟฟ้า
  • โวลต์มิเตอร์ (Voltmeter): วัดแรงดันไฟฟ้า
  • โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter): วัดความต้านทานไฟฟ้า
  • วัตต์มิเตอร์ (Wattmeter): วัดกำลังไฟฟ้า
  • วาร์มิเตอร์ (Varmeter): วัดกำลังรีแอกทีฟ
  • เพาเวอร์แฟกเตอร์มิเตอร์ (Power Factor Meter): วัดตัวประกอบกำลัง
  • ออสซิลโลสโคป (Oscilloscope): แสดงรูปคลื่นสัญญาณ
  • มัลติมิเตอร์ (Multimeter): วัดได้หลายค่า เช่น แรงดัน, กระแส, ความต้านทาน
  • เครื่องวิเคราะห์สเปกตรัม (Spectrum Analyzer): แสดงสเปกตรัมความถี่ของสัญญาณ

หลักการทำงาน

  • เครื่องมือวัดแบบเข็มชี้: อาศัยแรงบิดจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
  • เครื่องมือวัดแบบดิจิทัล: ใช้การแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิทัล (ADC)

คุณสมบัติของเครื่องมือ

  • ความไว (Sensitivity): อัตราส่วนการเปลี่ยนแปลงของเอาต์พุตต่อการเปลี่ยนแปลงของอินพุต
  • ความแม่นยำ (Accuracy): ความใกล้เคียงของค่าที่วัดได้กับค่าจริง
  • ความเที่ยงตรง (Precision): ความสามารถในการวัดซ้ำได้ค่าเดิม
  • ความละเอียด (Resolution): การเปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุดที่เครื่องมือสามารถตรวจจับได้
  • ค่าขีดเริ่ม (Threshold): ค่าที่น้อยที่สุดที่เครื่องมือวัดยังไม่สามารถวัดได้
  • เวลาตอบสนอง (Response Time): เวลาที่เครื่องมือใช้ในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอินพุต

ผลกระทบจากการโหลด (Loading Effect)

  • การต่อเครื่องมือวัดเข้ากับวงจรอาจทำให้วงจรเปลี่ยนแปลงและค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อนไป
  • โวลต์มิเตอร์ที่มีความต้านทานภายในต่ำจะทำให้แรงดันตกคร่อมมากขึ้น
  • แอมมิเตอร์ที่มีความต้านทานภายในสูงจะทำให้กระแสไหลผ่านน้อยลง

การวัดกระแสสลับ (AC) และกระแสตรง (DC)

ค่าที่วัดได้ในวงจรกระแสสลับ

  • ค่าสูงสุด (Peak value)
  • ค่าเฉลี่ย (Average value)
  • ค่ารากที่สองของค่าเฉลี่ยกำลังสอง (Root Mean Square, RMS value): ค่าที่มีผลทางความร้อนเทียบเท่ากับค่า DC

ออสซิลโลสโคป

  • สามารถแสดงรูปคลื่น, วัดแรงดัน, วัดคาบเวลา, และวัดความถี่ของสัญญาณได้
  • ภาคประกอบสำคัญ: จอภาพ, ภาคขยายสัญญาณ, ภาคกวาด, ภาคทริกเกอร์

การประเมินข้อผิดพลาดในการวัด (Error Analysis)

ประเภทของข้อผิดพลาด

  • ข้อผิดพลาดเชิงระบบ (Systematic errors): เกิดจากเครื่องมือ, วิธีการวัด, หรือสภาพแวดล้อม และสามารถแก้ไขได้
  • ข้อผิดพลาดแบบสุ่ม (Random errors): เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และต้องใช้สถิติในการวิเคราะห์
  • ความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human errors): เกิดจากความประมาทของผู้ทำการวัด

สถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อผิดพลาด

  • ค่าเฉลี่ย (Average): ผลรวมของข้อมูลหารด้วยจำนวนข้อมูล
  • ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation): วัดการกระจายตัวของข้อมูล
  • ความแปรปรวน (Variance): กำลังสองของความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  • ความไม่แน่นอน (Uncertainty): ช่วงของค่าที่คาดว่าค่าจริงจะอยู่ภายใน

เลขนัยสำคัญ (Significant Digits)

  • จำนวนตัวเลขที่มีความหมายในการแสดงค่าที่วัดได้
  • การปัดเศษ: ทำให้ถูกต้องตามหลักการเลขนัยสำคัญ

ความไม่แน่นอน (Uncertainty)

  • ความไม่แน่นอนมาตรฐาน (Standard Uncertainty): การประมาณค่าความไม่แน่นอนโดยใช้สถิติ
  • ความไม่แน่นอนขยาย (Expanded Uncertainty): การคูณความไม่แน่นอนมาตรฐานด้วยตัวประกอบขยาย (coverage factor) เพื่อให้ได้ช่วงความเชื่อมั่นที่ต้องการ

วงจรบริดจ์ (Bridge Circuits)

หลักการทำงาน

  • วงจรบริดจ์ใช้ในการวัดค่าความต้านทาน, ความจุ, และความเหนี่ยวนำ โดยอาศัยหลักการเปรียบเทียบ
  • เมื่อวงจรอยู่ในสภาวะสมดุล (balanced), อัตราส่วนของอิมพีแดนซ์ในแต่ละแขนจะเท่ากัน

ประเภทของวงจรบริดจ์

  • วงจรวีตสโตนบริดจ์ (Wheatstone bridge): วัดความต้านทาน DC
  • วงจรเคลวินบริดจ์ (Kelvin bridge): วัดความต้านทานต่ำ
  • วงจรแมกซ์เวลล์บริดจ์ (Maxwell bridge): วัดความเหนี่ยวนำ
  • วงจรเฮย์บริดจ์ (Hay bridge): วัดความเหนี่ยวนำที่มีค่า Q ต่ำ

เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Instruments)

ข้อดี

  • มีความแม่นยำสูง
  • มีความละเอียดสูง
  • สามารถวัดค่าได้หลากหลาย
  • สามารถแสดงผลเป็นดิจิทัลได้

วงจรขยายสัญญาณ (Amplifier)

  • ใช้ในการขยายสัญญาณให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
  • อัตราขยาย (Gain): อัตราส่วนของเอาต์พุตต่ออินพุต
  • สัญญาณรบกวน (Noise): สัญญาณที่ไม่ต้องการที่ปะปนมากับสัญญาณ
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน (Signal-to-noise ratio, SNR): อัตราส่วนของกำลังสัญญาณต่อกำลังสัญญาณรบกวน
  • ความเพี้ยน (Distortion): การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของสัญญาณ

วงจรกรองสัญญาณ (Filter)

  • ใช้ในการกรองสัญญาณที่ไม่ต้องการออกไป
  • ประเภทของวงจรกรอง: วงจรกรองความถี่ต่ำผ่าน (low-pass filter), วงจรกรองความถี่สูงผ่าน (high-pass filter), วงจรกรองความถี่แถบผ่าน (band-pass filter), วงจรกรองความถี่แถบหยุด (band-stop filter)

กำลังไฟฟ้า (Electrical Power)

กำลังไฟฟ้าในวงจรกระแสสลับ

  • กำลังจริง (True power): กำลังที่ถูกใช้ไปจริงในวงจร (W)
  • กำลังปรากฏ (Apparent power): ผลคูณของแรงดันและกระแส (VA)
  • กำลังรีแอกทีฟ (Reactive power): กำลังที่สะสมในตัวเหนี่ยวนำและตัวเก็บประจุ (VAR)
  • ตัวประกอบกำลัง (Power factor): อัตราส่วนของกำลังจริงต่อกำลังปรากฏ

วงจรสามเฟส (Three-Phase Circuits)

  • การต่อแบบ Y (Wye): แรงดันไลน์เท่ากับ √3 คูณแรงดันเฟส, กระแสไลน์เท่ากับกระแสเฟส
  • การต่อแบบเดลต้า (Delta): แรงดันไลน์เท่ากับแรงดันเฟส, กระแสไลน์เท่ากับ √3 คูณกระแสเฟส

ทรานสดิวเซอร์ (Transducers)

หลักการทำงาน

  • อุปกรณ์ที่แปลงพลังงานรูปแบบหนึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้า
  • ตัวอย่าง: เทอร์มิสเตอร์ (วัดอุณหภูมิ), สเตรนเกจ (วัดความเครียด)

Hall Effect Transducer

  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก
  • อาศัยหลักการ Hall Effect ซึ่งแรงดันไฟฟ้าจะเกิดขึ้นเมื่อมีกระแสไหลผ่านตัวนำที่อยู่ในสนามแม่เหล็ก

เคล็ดลับ

อ่านสรุปนี้ให้เข้าใจก่อนทำข้อสอบ จะช่วยให้ตอบคำถามได้ดีขึ้น

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน

โดยการใช้เว็บไซต์นี้ คุณรับทราบว่าคุณได้อ่านและทำความเข้าใจ นโยบายความเป็นส่วนตัว, นโยบายคุกกี้ และ ข้อกำหนดในการให้บริการ ของเราแล้ว

ตั้งค่าคุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็น

จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ไม่สามารถปิดได้

คุกกี้วิเคราะห์

ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์

คุกกี้การตลาด

ใช้เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคุณ

โฆษณา
โฆษณา

ติดตามข่าวสารงานราชการ

กดติดตามเพจ สอบราชการ.com เพื่อรับอัปเดตงานล่าสุด

ติดตามเพจ
ถามงานน้องมีงานดี

ติดตั้งแอป

เพิ่มไปยังหน้าแรกเพื่อใช้งานได้เร็วขึ้น