เครื่องมือวัดและความไว (Sensitivity)
ความหมายของความไว (Sensitivity)
- ความไว (Sensitivity) ของเครื่องมือวัดหมายถึง อัตราส่วนของความต้านทานต่อโวลต์เต็มสเกล หรือ Ohm per Volt เป็นค่าที่บ่งบอกถึงคุณภาพของเครื่องมือวัด
คุณภาพของเครื่องมือวัด
- เครื่องมือวัดที่ดีควรมีความไวสูง โดยทั่วไปเครื่องวัดที่มีความไว 20,000 Ohm/Volt ขึ้นไปถือว่ามีคุณภาพสูง
การสังเกตความไวของเครื่องวัด
- ความไวของเครื่องวัดไฟฟ้าสามารถสังเกตได้จากปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านเครื่องวัดและทำให้เข็มชี้บ่ายเบนจนสุดสเกล
หน่วยของความไว
- ความไวของโวลต์มิเตอร์มีหน่วยเป็น โอห์มต่อโวลต์ (Ohm/Volt)
ผลของค่าโอห์ม/โวลต์ที่สูง
- เครื่องวัดที่มีค่าโอห์ม/โวลต์สูง จะทำให้ค่าที่วัดได้มีความแม่นยำมากขึ้น
ความสัมพันธ์ของความไวและย่านการวัด (Range)
- ค่าความไวและย่านการวัด (Range) จะบอกให้ทราบถึงค่าความต้านทานด้านอินพุต (Input Impedance) ของโวลต์มิเตอร์
ส่วนประกอบของเครื่องวัดไฟฟ้า (รูปที่ 1.1)
- เข็มชี้: ทำหน้าที่เป็นตัวชี้ค่าที่วัดได้บนสเกล
ตัวต้านทาน Rx (รูปที่ 1.2)
- ในวงจร มีหน้าที่เป็นตัวปรับค่า
สัญลักษณ์ A (รูปที่ 1.2)
- ในวงจรคือ แอมมิเตอร์ (Ammeter)
ความผิดพลาดในการวัด (Error)
ความผิดพลาดสัมบูรณ์ (Absolute Error)
- หมายถึง ค่าผิดพลาดที่เกิดจากการเปรียบเทียบกันระหว่างค่าที่วัดได้กับค่าที่เป็นจริง
ความผิดพลาดสัมพัทธ์ (Relative Error)
- หมายถึง ค่าที่ได้จากค่าที่วัดผิดพลาดไปจากค่าที่เป็นจริงเทียบกับค่าที่เป็นจริง คิดเป็นค่าร้อยละ
สาเหตุของความผิดพลาด
- ความผิดพลาดอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดพลาดของเครื่องมือวัด, ความผิดพลาดในการอ่านค่า, หรือความผิดพลาดที่เกิดจากสภาพแวดล้อม
การใช้งานโวลต์มิเตอร์และแอมมิเตอร์กระแสตรง (DC)
การต่อใช้งานโวลต์มิเตอร์กระแสตรง
- จะต้องต่อขนานกับวงจรหรืออุปกรณ์ที่ต้องการวัดแรงดัน
การตั้งย่านวัดโวลต์มิเตอร์
- ควรตั้งย่านวัดที่สูงที่สุดก่อน แล้วจึงค่อยๆ ปรับลดลงมาจนถึงค่าที่สามารถอ่านค่าได้สะดวก
การต่อใช้งานแอมมิเตอร์กระแสตรง
- จะต้องต่ออนุกรมกับวงจรที่ต้องการวัดกระแส
การตั้งย่านวัดแอมมิเตอร์
- ควรตั้งย่านวัดที่สูงที่สุดก่อน แล้วจึงค่อยๆ ปรับลดลงมาจนถึงค่าที่สามารถอ่านค่าได้สะดวก
การวัดค่าความต้านทานโดยใช้หลักการโวลต์-แอมป์
เหตุผลที่ต้องมีแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง
- เพื่อใช้กฎของโอห์ม (V = IR) ในการคำนวณค่าความต้านทาน
วิธีการวัดที่เหมาะสมกับค่าความต้านทานต่ำ
- วิธีการวัดแรงดันที่ถูกต้อง (Collect Volts) เหมาะสำหรับการวัดค่าความต้านทานที่ไม่ทราบค่าซึ่งมีค่าต่ำ
หลักการพิจารณาในการเลือกวิธีการวัด
- พิจารณาจากค่าความต้านทานที่ไม่ทราบค่า ว่ามีค่าสูงหรือต่ำ เพื่อเลือกวิธีการวัดที่เหมาะสม
วงจรวิธีการวัดแรงดันที่ถูกต้อง (รูปที่ 5.1)
- เหมาะสำหรับวัดค่าความต้านทานที่ไม่ทราบค่าซึ่งมีค่าต่ำ
วงจรวิธีการวัดกระแสที่ถูกต้อง (รูปที่ 5.2)
- เหมาะสำหรับวัดค่าความต้านทานที่ไม่ทราบค่าซึ่งมีค่าสูง
การขยายย่านวัดของมิเตอร์
ความสำคัญของค่าความต้านทานภายใน
- ผู้ออกแบบจำเป็นต้องทราบค่าความต้านทานภายในของมิเตอร์ (Internal Resistance) เพื่อกำหนดค่าตัวต้านทานภายนอกในการขยายย่านวัดได้อย่างถูกต้อง
Variable Resistance Method
- ทำได้โดยหาค่า R คือค่าความต้านทาน R, ที่ทำให้เข็มของมิเตอร์ชี้เต็มสเกลและหาค่า R, คือค่าความต้านทาน R, ที่ทำให้เข็มของมิเตอร์ครึ่งสเกล
Shunt Resistance Method
- หมายถึง วิธีการนำค่าความต้านทานภายนอกมาขนานกับความต้านทานภายในของมิเตอร์
การออกแบบโวลต์มิเตอร์
การคำนวณค่าความต้านทานขยายย่านวัด (รูปที่ 7.1 (C))
- สามารถคำนวณค่าความต้านทานขยายย่านวัด (R1, R2, R3) ได้ เมื่อทราบค่าของ R และกระแสเต็มสเกล
การออกแบบแอมมิเตอร์
การต่อชันท์ (Shunt) เพื่อวัดกระแสสูง
- สามารถทำได้โดยการต่อชันท์ (Shunt) ขนาดกับขดลวดเคลื่อนที่เพื่อแบ่งกระแส
ค่า R คืออะไร
- ค่าความต้านทาน ขันท์แต่ละย่านวัด
โอห์มมิเตอร์เบื้องต้น
แบตเตอรี่ (E)
- แบตเตอรี่ทำหน้าที่จ่ายพลังงานให้กับวงจร
ความสัมพันธ์ระหว่าง Rx และ Ix
- Rx แปรผกผันกับ Ix
แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ
- ดังรูป 10.1
ตัวต้านทานที่ไม่ทราบค่า
- ดังรูป 10.1
ไดโอด
- ดังรูป 11.1 (a) ทำหน้าที่เป็นตัวเรียงกระแส
วงจรโวลต์มิเตอร์ไฟสลับเต็มคลื่น
- ดังรูป 11.1 (b)
โครงสร้างของแอมมิเตอร์กระแสสลับที่ใช้วงจรเรียงกระแสและแอมมิเตอร์แบบขดลวดเครื่องที่
- ดังรูป 12.1
อัตราส่วนของพลังงานที่ใช้งานจริงต่อพลังงานที่ถูกส่ง
- ค่าตัวประกอบกำลัง (Power Factor)
ค่าของ Power Factor
- มีค่าสูงสุดที่ 1
เคล็ดลับ
อ่านสรุปนี้ให้เข้าใจก่อนทำข้อสอบ จะช่วยให้ตอบคำถามได้ดีขึ้น
โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF