สอบราชการ.com
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
สอบราชการ.com

การป้องกันระบบไฟฟ้ากำลัง: รีเลย์และระบบป้องกัน

สรุปแนวข้อสอบสำหรับทบทวนก่อนทำข้อสอบ

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF

รีเลย์ป้องกัน (Protective Relays)

รีเลย์ป้องกันเป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบไฟฟ้ากำลัง ทำหน้าที่ตรวจจับความผิดปกติ (Faults) ที่เกิดขึ้นในระบบ และสั่งการให้เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ทำงานปลดวงจรส่วนที่เกิดปัญหาออกไป เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบ

หลักการทำงานของรีเลย์

รีเลย์จะทำงานเมื่อได้รับสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ สัญญาณนี้อาจเป็นค่ากระแส, แรงดัน, อิมพีแดนซ์, หรือปริมาณทางไฟฟ้าอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาวะปกติ โดยทั่วไป รีเลย์จะมีการตั้งค่า (Setting) ไว้ล่วงหน้า เมื่อปริมาณที่ตรวจวัดได้เกินหรือต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ รีเลย์ก็จะทำงาน

ประเภทของรีเลย์ป้องกัน

  • Overcurrent Relay: รีเลย์กระแสเกิน ทำงานเมื่อค่ากระแสในระบบสูงเกินกว่าค่าที่ตั้งไว้ มักใช้ป้องกันการลัดวงจรและกระแสเกิน
    • Instantaneous Overcurrent Relay (รีเลย์กระแสเกินทันที) ทำงานทันทีเมื่อกระแสเกินค่าที่ตั้งไว้ โดยไม่มีการหน่วงเวลา (ตอบข้อ 1)
    • Time Overcurrent Relay (รีเลย์กระแสเกินแบบมีเวลา) ทำงานโดยมีการหน่วงเวลาตามลักษณะผกผัน (Inverse Time) หรือคงที่ (Definite Time)
  • Undervoltage Relay: รีเลย์แรงดันต่ำ ทำงานเมื่อค่าแรงดันในระบบต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ มักใช้ป้องกันมอเตอร์จากการทำงานที่แรงดันต่ำเกินไป (ตอบข้อ 5)
  • Distance Relay: รีเลย์ระยะทาง ทำงานเมื่อค่าอิมพีแดนซ์ที่ตรวจวัดได้มีค่าน้อยกว่าค่าที่ตั้งไว้ มักใช้ป้องกันสายส่งจากการลัดวงจร (ตอบข้อ 11)
  • Differential Relay: รีเลย์ผลต่าง ทำงานเมื่อผลต่างของกระแสที่ไหลเข้าและออกจากอุปกรณ์มีค่ามากเกินไป มักใช้ป้องกันหม้อแปลงและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (ตอบข้อ 18)
    • High Impedance Relay เป็นรีเลย์ผลต่างประเภทหนึ่ง (ตอบข้อ 7)
  • Directional Relay: รีเลย์มีทิศทาง ทำงานเมื่อกระแสหรือกำลังไฟฟ้าไหลในทิศทางที่กำหนด มักใช้ร่วมกับรีเลย์กระแสเกินเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการป้องกัน
  • Frequency Relay: รีเลย์ความถี่ ทำงานเมื่อความถี่ในระบบสูงหรือต่ำเกินไป
  • Thermal Relay: รีเลย์ความร้อน ทำงานเมื่ออุณหภูมิของอุปกรณ์สูงเกินไป มักใช้ป้องกันมอเตอร์และหม้อแปลง (ตอบข้อ 16)
  • Negative Sequence Relay: รีเลย์ลำดับลบ ทำงานเมื่อมีกระแสลำดับลบในระบบ มักใช้ป้องกันมอเตอร์จากการทำงานที่โหลดไม่สมดุล (ตอบข้อ 23)

การตรวจจับความผิดปกติ (Fault Detection)

รีเลย์ใช้หลักการต่างๆ ในการตรวจจับความผิดปกติในระบบไฟฟ้า ดังนี้

  • การตรวจวัดระดับ (Level Detection): ตรวจวัดค่ากระแส, แรงดัน, หรือปริมาณทางไฟฟ้าอื่นๆ ว่าเกินหรือต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้หรือไม่ (ตอบข้อ 4 และ 6)
  • การเปรียบเทียบขนาด (Magnitude Comparison): เปรียบเทียบขนาดของกระแสหรือแรงดันที่จุดต่างๆ ในระบบ หากผลต่างมีค่ามากเกินไป แสดงว่าเกิดความผิดปกติ (ตอบข้อ 8)
  • การเปรียบเทียบมุมเฟส (Phase Angle Comparison): เปรียบเทียบมุมเฟสของกระแสหรือแรงดันที่จุดต่างๆ ในระบบ หากมุมเฟสแตกต่างกันมากเกินไป แสดงว่าเกิดความผิดปกติ (ตอบข้อ 9)
  • การเปรียบเทียบความแตกต่างของกระแส (Differential Current Comparison): เปรียบเทียบกระแสที่ไหลเข้าและออกจากอุปกรณ์ หากผลต่างมีค่ามากเกินไป แสดงว่าเกิดความผิดปกติ

สัญลักษณ์รีเลย์ตามมาตรฐาน IEC 60617

มาตรฐาน IEC 60617 กำหนดสัญลักษณ์สำหรับรีเลย์ต่างๆ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน สัญลักษณ์บางส่วนที่สำคัญมีดังนี้

  • I>: รีเลย์กระแสเกิน (Overcurrent Relay)
  • I>>: รีเลย์กระแสเกินทันที (Instantaneous Overcurrent Relay)
  • U<: รีเลย์แรงดันต่ำ (Undervoltage Relay)
  • f>: รีเลย์ความถี่สูง (Overfrequency Relay)
  • P>: รีเลย์กำลังเกิน (Overpower Relay)
  • Z<: รีเลย์ระยะทาง (Distance Relay) (ตอบข้อ 46)

รหัสอุปกรณ์ตามมาตรฐาน ANSI Standard (ANSI Device Numbers)

มาตรฐาน ANSI กำหนดรหัสตัวเลขสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบไฟฟ้ากำลัง เพื่อให้เข้าใจตรงกัน รหัสบางส่วนที่สำคัญมีดังนี้

  • 21: Distance Relay (ตอบข้อ 14)
  • 27: Under Voltage Relay (ตอบข้อ 25)
  • 40: Loss of Field Relay (ตอบข้อ 24 และ 32)
  • 46: Unbalance Current Relay หรือ Negative Sequence Current Relay (ตอบข้อ 34)
  • 49: Thermal Relay (ตอบข้อ 16)
  • 50: Instantaneous Overcurrent Relay (ตอบข้อ 1)
  • 51: AC Time Overcurrent Relay (ตอบข้อ 13)
  • 59: Overvoltage Relay (ตอบข้อ 33)
  • 67: AC Directional Overcurrent Relay (ตอบข้อ 15)
  • 87: Differential Protective Relay (ตอบข้อ 12)

อุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ

  • ฟิวส์ (Fuse): อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน ทำงานโดยการหลอมละลายเมื่อมีกระแสไหลผ่านมากเกินไป
  • เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker): อุปกรณ์ตัดต่อวงจร ทำงานโดยการเปิดหน้าสัมผัส

การจัดลำดับการป้องกัน (Coordination)

การจัดลำดับการป้องกันที่ดี จะต้องให้รีเลย์ที่อยู่ใกล้จุดที่เกิดความผิดปกติทำงานก่อน และรีเลย์ที่อยู่ไกลออกไปทำหน้าที่เป็นตัวสำรอง (Backup) โดยมีการหน่วงเวลาที่เหมาะสม (Grading Margin)

ข้อควรพิจารณาในการป้องกัน

  • ความเร็ว (Speed): รีเลย์ควรทำงานเร็วเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
  • ความไว (Sensitivity): รีเลย์ควรตรวจจับความผิดปกติได้ แม้จะมีขนาดเล็กน้อย
  • ความเชื่อถือได้ (Reliability): รีเลย์ควรทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
  • ความปลอดภัย (Security): รีเลย์ไม่ควรทำงานผิดพลาดเมื่อไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้นจริง

รีเลย์แบบต่างๆ

  • Electro-mechanical Relays: รีเลย์ที่ใช้กลไกทางไฟฟ้าและกลไกทางกลในการทำงาน
  • Solid State Relays: รีเลย์ที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการทำงาน (ตอบข้อ 28)
  • Digital Relays: รีเลย์ที่ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ในการทำงาน (ตอบข้อ 10) สามารถบันทึกข้อมูลและเหตุการณ์ได้

การต่อหม้อแปลงกระแส (CT) เพื่อตรวจจับ Zero-Sequence

การต่อ CT เพื่อตรวจจับ Zero-Sequence มีประโยชน์ในการป้องกัน Earth Fault (ตอบข้อ 29)

การป้องกันมอเตอร์ (Motor Protection)

  • Overload Protection: ป้องกันมอเตอร์จากกระแสเกินเนื่องจากโหลดมากเกินไป
  • Locked Rotor Protection: ป้องกันมอเตอร์จากการที่โรเตอร์ไม่หมุน (Locked Rotor) ทำให้กระแสสูงมาก
  • Under Voltage Protection: ป้องกันมอเตอร์จากการทำงานที่แรงดันต่ำเกินไป
  • Single Phasing Protection: ป้องกันมอเตอร์จากการทำงานเมื่อมีเฟสหายไป

การป้องกันหม้อแปลง (Transformer Protection)

  • Buchholz Relay: ป้องกันความผิดปกติภายในหม้อแปลง เช่น การอาร์ก (Arcing), Short circuit (ตอบข้อ 27)
  • Differential Relay: ตรวจจับความผิดปกติภายในหม้อแปลง โดยเปรียบเทียบกระแสที่ไหลเข้าและออกจากหม้อแปลง
  • Overcurrent Relay: ป้องกันกระแสเกินเนื่องจากโหลดมากเกินไป หรือการลัดวงจรภายนอกหม้อแปลง
  • Volts-per-Hertz Relay: ป้องกันหม้อแปลงจากสภาวะ Overfluxing (แรงดันสูงเกินไป หรือความถี่ต่ำเกินไป)

องค์ประกอบในระบบป้องกัน

  • CT (Current Transformer): แปลงกระแสสูงให้เป็นกระแสต่ำ เพื่อให้รีเลย์สามารถวัดได้
  • VT (Voltage Transformer): แปลงแรงดันสูงให้เป็นแรงดันต่ำ เพื่อให้รีเลย์สามารถวัดได้
  • Fuse: อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน ทำงานโดยการหลอมละลายเมื่อมีกระแสไหลผ่านมากเกินไป
  • Circuit Breaker: อุปกรณ์ตัดต่อวงจร ทำงานโดยการเปิดหน้าสัมผัส (ตอบข้อ 19)

เคล็ดลับ

อ่านสรุปนี้ให้เข้าใจก่อนทำข้อสอบ จะช่วยให้ตอบคำถามได้ดีขึ้น

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน

โดยการใช้เว็บไซต์นี้ คุณรับทราบว่าคุณได้อ่านและทำความเข้าใจ นโยบายความเป็นส่วนตัว, นโยบายคุกกี้ และ ข้อกำหนดในการให้บริการ ของเราแล้ว

ตั้งค่าคุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็น

จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ไม่สามารถปิดได้

คุกกี้วิเคราะห์

ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์

คุกกี้การตลาด

ใช้เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคุณ

โฆษณา
โฆษณา

ติดตามข่าวสารงานราชการ

กดติดตามเพจ สอบราชการ.com เพื่อรับอัปเดตงานล่าสุด

ติดตามเพจ
ถามงานน้องมีงานดี

ติดตั้งแอป

เพิ่มไปยังหน้าแรกเพื่อใช้งานได้เร็วขึ้น