สอบราชการ.com
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
สอบราชการ.com

แบบทดสอบวิชาปฏิบัติเครื่องมือวัดและการวัดทางไฟฟ้า

สรุปแนวข้อสอบสำหรับทบทวนก่อนทำข้อสอบ

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF

เครื่องมือวัดและการวัดทางไฟฟ้า

การวัดทางไฟฟ้าคืออะไร

การวัดทางไฟฟ้าคือการเปรียบเทียบปริมาณทางไฟฟ้าที่ไม่ทราบค่ากับปริมาณทางไฟฟ้าที่ทราบค่าและเป็นมาตรฐาน การวัดนี้มีความสำคัญในการหาค่าปริมาณไฟฟ้าต่างๆ ในวงจรได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

เครื่องมือวัดไฟฟ้า

เครื่องมือวัดไฟฟ้าคืออุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดปริมาณทางไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่ กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า ความต้านทาน และอื่นๆ เครื่องมือวัดแต่ละชนิดมีหลักการทำงานและช่วงการวัดที่แตกต่างกัน

แอมมิเตอร์ (Ammeter)

หน้าที่และการใช้งาน

แอมมิเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าในวงจร มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A) แอมมิเตอร์จะต้องต่ออนุกรมกับวงจรเพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวเครื่องทั้งหมด การต่อแอมมิเตอร์ผิดวิธี (เช่น ต่อขนานกับวงจร) อาจทำให้เครื่องมือเสียหายได้

การขยายพิกัดการวัด

การขยายพิกัดการวัดของแอมมิเตอร์ทำได้โดยการต่อความต้านทานขนาดเล็ก (Shunt) ขนานกับแอมมิเตอร์ ความต้านทาน Shunt จะแบ่งกระแสไฟฟ้า ทำให้แอมมิเตอร์วัดได้มากขึ้นโดยไม่เสียหาย

ข้อควรระวัง

การเลือกย่านวัดที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อน ดังนั้นควรเลือกย่านวัดที่สูงกว่าค่าที่คาดว่าจะวัดได้เล็กน้อย

โวลต์มิเตอร์ (Voltmeter)

หน้าที่และการใช้งาน

โวลต์มิเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดแรงดันไฟฟ้า (ความต่างศักย์) ระหว่างสองจุดในวงจร มีหน่วยเป็นโวลต์ (V) โวลต์มิเตอร์จะต้องต่อขนานกับวงจรที่ต้องการวัดแรงดันไฟฟ้า

ความต้านทานภายใน

โวลต์มิเตอร์ที่ดีควรมีความต้านทานภายในสูงมาก เพื่อไม่ให้รบกวนวงจรที่ต้องการวัด การต่อโวลต์มิเตอร์ผิดขั้วอาจทำให้เครื่องมือเสียหายได้

ข้อควรระวัง

  • การเลือกย่านวัดที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อน ดังนั้นควรเลือกย่านวัดที่สูงกว่าค่าที่คาดว่าจะวัดได้เล็กน้อย
  • การต่อขั้วบวกและลบของโวลต์มิเตอร์ให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ

โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter)

หน้าที่และการใช้งาน

โอห์มมิเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดความต้านทานไฟฟ้าของตัวต้านทานหรืออุปกรณ์ต่างๆ มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω) การวัดความต้านทานจะต้องทำในขณะที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอุปกรณ์ที่ต้องการวัด

ส่วนประกอบ

โอห์มมิเตอร์แบบอนุกรมประกอบด้วย เครื่องวัดไฟฟ้าชนิดขดลวดเคลื่อนที่, แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง และตัวต้านทานปรับค่าได้

การทำงาน

เมื่อเปิดปลายสายวัด โอห์มมิเตอร์จะไม่อ่านค่าอะไร แต่เมื่อลัดวงจรที่ปลายสายวัด จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวด ทำให้เข็มชี้ไปที่ 0 โอห์ม

ข้อควรระวัง

  • ก่อนทำการวัดความต้านทาน ต้องตัดไฟออกจากวงจรก่อน
  • ก่อนทำการวัด ต้องปรับเทียบศูนย์โอห์ม (Zero Ohm Adjust) ทุกครั้ง

มัลติมิเตอร์ (Multimeter)

หน้าที่และการใช้งาน

มัลติมิเตอร์เป็นเครื่องมือวัดไฟฟ้าแบบอเนกประสงค์ สามารถวัดแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และความต้านทานได้ในเครื่องเดียว มัลติมิเตอร์มีทั้งแบบเข็ม (Analog) และแบบดิจิตอล (Digital)

การใช้งานเบื้องต้น

  1. การเลือกย่านวัด: เลือกย่านวัดให้เหมาะสมกับปริมาณที่ต้องการวัด โดยเริ่มจากย่านวัดที่สูงก่อนเสมอ
  2. การอ่านค่า: อ่านค่าจากสเกลหรือหน้าจอดิจิตอล
  3. ข้อควรระวัง: ห้ามวัดความต้านทานในวงจรที่มีกระแสไฟฟ้า

ข้อดีและข้อเสียของมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล

  • ข้อดี: อ่านค่าง่าย แม่นยำกว่า
  • ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า

ข้อควรระวังในการใช้งาน

  • เลือกย่านการวัดให้เหมาะสม
  • อ่านค่าสเกลให้ถูกต้อง
  • เมื่อเลิกใช้งาน ควรปิดสวิตช์ทุกครั้ง

วัตต์มิเตอร์ (Wattmeter)

หน้าที่และการใช้งาน

วัตต์มิเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดกำลังไฟฟ้า (Power) ในวงจร มีหน่วยเป็นวัตต์ (W) วัตต์มิเตอร์มีทั้งแบบอนาล็อกและแบบดิจิตอล

หลักการทำงาน

วัตต์มิเตอร์แบบอิเล็กโทรไดนามิกทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

ความคลาดเคลื่อนในการวัด

สาเหตุของความคลาดเคลื่อน

  • การเลือกย่านวัดที่ไม่เหมาะสม
  • เครื่องมือวัดไม่เที่ยงตรงหรือชำรุด
  • การอ่านค่าผิดพลาดของผู้ใช้
  • สภาพแวดล้อมในการวัด

การแก้ไขความคลาดเคลื่อน

  • เลือกย่านวัดให้เหมาะสม
  • ใช้เครื่องมือวัดที่ได้มาตรฐาน
  • อ่านค่าอย่างระมัดระวัง

ไดโอด (Diode)

หน้าที่และการใช้งาน

ไดโอดเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ในทิศทางเดียว ไดโอดถูกนำมาใช้ในวงจรเรียงกระแสเพื่อแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC)

วงจรบริดจ์ (Bridge Circuit)

หลักการทำงาน

วงจรบริดจ์เป็นวงจรไฟฟ้าที่ใช้หลักการเปรียบเทียบค่าต่างๆ เช่น ความต้านทาน ความเหนี่ยวนำ และความจุ เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ วงจรบริดจ์ที่นิยมใช้กันมากคือวงจร Wheatstone Bridge และ Kelvin Bridge

Wheatstone Bridge

  • หน้าที่: ใช้วัดความต้านทานที่ไม่ทราบค่า โดยเปรียบเทียบกับความต้านทานที่ทราบค่าแล้ว
  • ส่วนประกอบ: ประกอบด้วยตัวต้านทาน 4 ตัว, แหล่งจ่ายไฟ, และกัลวานอมิเตอร์
  • หลักการทำงาน: เมื่อวงจรอยู่ในสภาวะสมดุล (Balanced) กระแสที่ไหลผ่านกัลวานอมิเตอร์จะเป็นศูนย์ ทำให้สามารถคำนวณค่าความต้านทานที่ไม่ทราบค่าได้อย่างแม่นยำ
  • ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับการวัดความต้านทานต่ำ

Kelvin Bridge

  • หน้าที่: ใช้วัดความต้านทานต่ำที่ไม่ทราบค่าได้อย่างแม่นยำ
  • ข้อดี: ลดผลของความต้านทานของสายไฟและขั้วต่อ
  • เหตุผลที่ต้องใช้: เพื่อให้ได้ค่าความต้านทานที่ถูกต้องในการวัดค่าความต้านทานต่ำมากๆ

กัลวานอมิเตอร์ (Galvanometer)

  • หน้าที่: ใช้ตรวจสอบสภาวะสมดุลของวงจรบริดจ์ โดยแสดงว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านหรือไม่

ความสำคัญของสภาวะสมดุล

  • เมื่อวงจรบริดจ์อยู่ในสภาวะสมดุล จะไม่มีกระแสไหลผ่านอุปกรณ์ตรวจจับ ทำให้สามารถคำนวณค่าที่ไม่ทราบค่าได้จากอัตราส่วนของตัวต้านทานอย่างแม่นยำ
  • ลดความคลาดเคลื่อนจากแหล่งจ่ายไฟและอุปกรณ์วัด

เครื่องวัดไฟฟ้ากระแสตรง (DC Meter)

หลักการทำงานพื้นฐาน

เครื่องวัดไฟฟ้ากระแสตรงทำงานโดยอาศัยแรงบิดที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กของขดลวดกับสนามแม่เหล็กถาวร

ชนิดของเครื่องวัด

  • PMMC (Permanent Magnet Moving Coil): มีความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับวัดไฟฟ้ากระแสตรงเท่านั้น
  • Moving Iron (MI): ใช้วัดได้ทั้งไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ แต่มีความแม่นยำต่ำกว่า PMMC

เครื่องวัดไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Meter)

หลักการทำงาน

เครื่องวัดไฟฟ้ากระแสสลับส่วนใหญ่จะวัดค่า RMS (Root Mean Square) ของสัญญาณ

การใช้งานไดโอดใน AC Voltmeter

ไดโอดทำหน้าที่เรียงกระแส เพื่อให้สามารถวัดค่าไฟฟ้ากระแสสลับได้

ข้อควรจำอื่นๆ

หน่วยวัด

  • กระแสไฟฟ้า: แอมแปร์ (Ampere)
  • แรงดันไฟฟ้า: โวลต์ (Volt)
  • ความต้านทาน: โอห์ม (Ohm)
  • กำลังไฟฟ้า: วัตต์ (Watt)

คุณสมบัติของสวิตช์เลือกย่านวัด

  • มีความต้านทานต่ำ
  • หน้าสัมผัสดี
  • ทนกระแสไฟฟ้าได้ตามย่านวัด

ความหมายของเมกโอห์มมิเตอร์

  • เครื่องมือวัดความต้านทานสูงมาก โดยเฉพาะฉนวน
  • ใช้แรงดันไฟฟ้าสูงกว่าโอห์มมิเตอร์

การบำรุงรักษามัลติมิเตอร์

  • เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง
  • เก็บในกล่องให้เรียบร้อย

สัญลักษณ์ picco

  • สัญลักษณ์คือ p

มาตรฐานของหม้อแปลงกระแสไฟฟ้า (Current Transformer : CT)

  • มีกระแสไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิ 5 A หรือ 1 A

หม้อแปลงแรงดันไฟฟ้า (Potential Transformer : PT)

  • ที่ขดลวดทุติยภูมิปกติจะมีขนาดแรงดันไฟฟ้า 90-120 V

แกนเหล็กที่ใช้ทำหม้อแปลงกระแสไฟฟ้า (Current Transformer : CT)

  • แบบ Toroid

คุณลักษณะเด่นของวงจรอนุกรม

  • กระแสไฟฟ้ามีเพียงค่าเดียวเท่ากันทั้งวงจร

คุณลักษณะเด่นของวงจรขนาน

  • แรงดันไฟฟ้ามีเพียงค่าเดียวกันทั้งวงจร

ข้อควรระวังในการทำงานกับไฟฟ้า

  • ควรตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งาน

การใช้เครื่องวัดรูปคลื่นสัญญาณไฟฟ้า

  • ไม่ควรเคลื่อนย้ายขณะที่กำลังทำงานเพราะอาจทำให้ไส้หลอดคาโทดขาด

ความผิดพลาดในการอ่านสเกล

  • เกิดจากผู้ที่ทำการวัด

การเลือกย่านการวัด

  • ควรเริ่มจากย่านสูงสุดก่อน

การอ่านค่าความต้านทานในผ่านตั้งวัดที่ X1K ของมัลติมิเตอร์

  • อ่านโดยตรงในหน่วย k Ω

มาตรฐานของหม้อแปลงกระแสไฟฟ้า (Current Transformer : CT)

  • มีกระแสไฟฟ้าทางด้านทุติยภูมิ 5 A หรือ 1 A

หน้าที่ของกัลวานอมิเตอร์ (G) ในวงจรบริดจ์

  • ตรวจจับกระแสไฟฟ้าเพื่อบอกสภาวะสมดุลของวงจร

เคล็ดลับ

อ่านสรุปนี้ให้เข้าใจก่อนทำข้อสอบ จะช่วยให้ตอบคำถามได้ดีขึ้น

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน

โดยการใช้เว็บไซต์นี้ คุณรับทราบว่าคุณได้อ่านและทำความเข้าใจ นโยบายความเป็นส่วนตัว, นโยบายคุกกี้ และ ข้อกำหนดในการให้บริการ ของเราแล้ว

ตั้งค่าคุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็น

จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ไม่สามารถปิดได้

คุกกี้วิเคราะห์

ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์

คุกกี้การตลาด

ใช้เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคุณ

โฆษณา
โฆษณา

ติดตามข่าวสารงานราชการ

กดติดตามเพจ สอบราชการ.com เพื่อรับอัปเดตงานล่าสุด

ติดตามเพจ
ถามงานน้องมีงานดี

ติดตั้งแอป

เพิ่มไปยังหน้าแรกเพื่อใช้งานได้เร็วขึ้น