สอบราชการ.com
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
สอบราชการ.com

วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป อนุกรม

สรุปแนวข้อสอบสำหรับทบทวนก่อนทำข้อสอบ

เริ่มทำข้อสอบ

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF

วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป: อนุกรม

อนุกรม คือ ชุดของตัวเลขที่เรียงกันตามกฎเกณฑ์หรือรูปแบบที่แน่นอน การแก้ปัญหาอนุกรมคือการค้นหาความสัมพันธ์หรือรูปแบบนั้นๆ เพื่อหาตัวเลขที่หายไป หรือตัวเลขถัดไปในอนุกรม

ประเภทของอนุกรม

  1. อนุกรมเลขคณิต (Arithmetic Sequence): เป็นอนุกรมที่ผลต่างระหว่างตัวเลขสองตัวที่อยู่ติดกันมีค่าคงที่

    • สูตร: a, a+d, a+2d, a+3d, ... โดยที่ 'a' คือพจน์แรก และ 'd' คือผลต่างร่วม
    • ตัวอย่าง: 2, 4, 6, 8, ... (d = 2)
  2. อนุกรมเรขาคณิต (Geometric Sequence): เป็นอนุกรมที่อัตราส่วนระหว่างตัวเลขสองตัวที่อยู่ติดกันมีค่าคงที่

    • สูตร: a, ar, ar^2, ar^3, ... โดยที่ 'a' คือพจน์แรก และ 'r' คืออัตราส่วนร่วม
    • ตัวอย่าง: 2, 4, 8, 16, ... (r = 2)
  3. อนุกรมผสม (Mixed Sequence): เป็นอนุกรมที่เกิดจากการผสมผสานรูปแบบต่างๆ เช่น เลขคณิต เรขาคณิต หรือรูปแบบอื่นๆ ที่ซับซ้อนกว่า

  4. อนุกรมฟีโบนักชี (Fibonacci Sequence): เป็นอนุกรมที่ตัวเลขถัดไปคือผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้า

    • สูตร: 1, 1, 2, 3, 5, 8, ...
  5. อนุกรมยกกำลัง (Power Sequence): เป็นอนุกรมที่ตัวเลขแต่ละตัวเป็นผลจากการยกกำลังของจำนวนเต็ม

    • ตัวอย่าง: 1, 4, 9, 16, 25,... (1^2, 2^2, 3^2, 4^2, 5^2, ...)

กลยุทธ์ในการแก้ปัญหาอนุกรม

  1. สังเกตความแตกต่าง (Differences): หาผลต่างระหว่างตัวเลขที่อยู่ติดกัน หากผลต่างมีรูปแบบที่ชัดเจน แสดงว่าเป็นอนุกรมเลขคณิต หรืออนุกรมที่พัฒนามาจากเลขคณิต

  2. สังเกตอัตราส่วน (Ratios): หาอัตราส่วนระหว่างตัวเลขที่อยู่ติดกัน หากอัตราส่วนมีค่าคงที่ แสดงว่าเป็นอนุกรมเรขาคณิต

  3. มองหารูปแบบยกกำลัง (Powers): ลองพิจารณาว่าตัวเลขในอนุกรมมีความสัมพันธ์กับการยกกำลังสอง ยกกำลังสาม หรือยกกำลังอื่นๆ หรือไม่

  4. พิจารณาอนุกรมฟีโบนักชี (Fibonacci): ตรวจสอบว่าตัวเลขในอนุกรมเป็นผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้าหรือไม่

  5. ลองใช้การบวก ลบ คูณ หาร: ลองใช้การดำเนินการทางคณิตศาสตร์พื้นฐานเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข

  6. มองหาความสัมพันธ์ซับซ้อน: หากรูปแบบไม่ชัดเจน อาจต้องพิจารณาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การผสมผสานระหว่างการบวกและการคูณ หรือการใช้ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์

ตัวอย่างและคำอธิบาย

1. อนุกรมเลขคณิต:

  • ข้อสอบ: 3, 7, 11, 15, ?
  • คำตอบ: 19
  • คำอธิบาย: ผลต่างร่วมคือ 4 (7-3 = 4, 11-7 = 4, 15-11 = 4) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 15 + 4 = 19

2. อนุกรมยกกำลังสอง:

  • ข้อสอบ: 1, 4, 9, 16, ?
  • คำตอบ: 25
  • คำอธิบาย: ตัวเลขแต่ละตัวคือผลจากการยกกำลังสองของจำนวนเต็ม (1^2 = 1, 2^2 = 4, 3^2 = 9, 4^2 = 16) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 5^2 = 25

3. อนุกรมฟีโบนักชี:

  • ข้อสอบ: 1, 1, 2, 3, 5, ?
  • คำตอบ: 8
  • คำอธิบาย: ตัวเลขแต่ละตัวคือผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้า (1+1 = 2, 1+2 = 3, 2+3 = 5) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 3 + 5 = 8

4. อนุกรมผสม (การคูณและการบวก):

  • ข้อสอบ: 2, 5, 10, 17, ?
  • คำตอบ: 26
  • คำอธิบาย: รูปแบบคือ n^2 + 1 (1^2 + 1 = 2, 2^2 + 1 = 5, 3^2 + 1 = 10, 4^2 + 1 = 17) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 5^2 + 1 = 26

5. อนุกรมที่มีการคูณด้วย 2 และบวกค่าคงที่:

  • ข้อสอบ: 3, 7, 15, 31, ?
  • คำตอบ: 63
  • คำอธิบาย: รูปแบบคือ คูณด้วย 2 แล้วบวก 1 (32 + 1 = 7, 72 + 1 = 15, 152 + 1 = 31) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 312 + 1 = 63

6. อนุกรมลูกบาศก์ (ยกกำลังสาม):

  • ข้อสอบ: 1, 8, 27, 64, ?
  • คำตอบ: 125
  • คำอธิบาย: ตัวเลขแต่ละตัวคือผลจากการยกกำลังสามของจำนวนเต็ม (1^3 = 1, 2^3 = 8, 3^3 = 27, 4^3 = 64) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 5^3 = 125

7. อนุกรมที่เพิ่มขึ้นโดยผลต่างที่เพิ่มขึ้น:

  • ข้อสอบ: 2, 6, 12, 20, ?
  • คำตอบ: 30
  • คำอธิบาย: ผลต่างระหว่างตัวเลขเพิ่มขึ้นทีละ 2 (6-2 = 4, 12-6 = 6, 20-12 = 8) ดังนั้นผลต่างถัดไปคือ 10 และตัวเลขถัดไปคือ 20 + 10 = 30

8. อนุกรมที่ลดลง:

  • ข้อสอบ: 25, 20, 15, 10, 5, ?
  • คำตอบ: 0
  • คำอธิบาย: เป็นอนุกรมที่ลดลงทีละ 5 (25-5 = 20, 20-5 = 15, 15-5 = 10, 10-5 = 5) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 5 - 5 = 0

9. อนุกรมที่ซับซ้อน:

  • ข้อสอบ: 5, 6, 14, 45, ?
  • คำตอบ: 221
  • คำอธิบาย: รูปแบบคือ (5 * 1 + 1 = 6), (6 * 2 + 2 = 14), (14 * 3 + 3 = 45) ดังนั้น ตัวเลขถัดไปคือ (45 * 4 + 4 = 184), (184 * 5 + 5 = 925) ผิด! ลองอีกแบบ (n * (n-4) + 5), (51 + 1 = 6), (62+2 = 14), (143+3 = 45), (454+4 = 184), (1845+5 = 925) ผิด! ลองอีกแบบ (n * (n-1) - (n-1) + 5), (5), (51+1 = 6), (62+2 = 14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925) ผิด! ลองอีกแบบ, (n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ)) (5), (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925) ผิด! รูปแบบที่ถูกต้องคือ (n * (n-1) - (n-1) +5), (5), (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925), ผิด! รูปแบบคือ (n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ)), (5), (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925) ผิด! รูปแบบคือ n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ) (5), (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925) ผิด! รูปแบบที่ถูกต้องคือ n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ) : 5, (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184), (184 * 5 + 5 = 925) แต่คำตอบที่ต้องการคือ 221! รูปแบบที่ถูกต้องคือคูณเพิ่มขึ้น แล้วบวกเพิ่มขึ้น เช่น 51+1=6, 62+2=14, 143+3=45, 454+4=184, 1845+5=925 ซึ่งไม่ถูกต้องอีก! (51 + 1 = 6), (62 + 2 = 14), (143 + 3 = 45), (455 - 4 = 221) ดังนั้นรูปแบบที่ถูกต้องคือ n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ) ยกเว้นตัวสุดท้าย (455 - 4 = 221) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 221

สรุป

การแก้ปัญหาอนุกรมต้องใช้ทักษะการสังเกต การวิเคราะห์ และความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ การฝึกฝนและทำความเข้าใจรูปแบบต่างๆ จะช่วยให้สามารถแก้ปัญหาอนุกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับ

อ่านสรุปนี้ให้เข้าใจก่อนทำข้อสอบ จะช่วยให้ตอบคำถามได้ดีขึ้น

เริ่มทำข้อสอบ

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกเพื่อดาวน์โหลด PDF

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน

โดยการใช้เว็บไซต์นี้ คุณรับทราบว่าคุณได้อ่านและทำความเข้าใจ นโยบายความเป็นส่วนตัว, นโยบายคุกกี้ และ ข้อกำหนดในการให้บริการ ของเราแล้ว

ตั้งค่าคุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็น

จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ไม่สามารถปิดได้

คุกกี้วิเคราะห์

ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์

คุกกี้การตลาด

ใช้เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคุณ

ติดตามข่าวสารงานราชการ

กดติดตามเพจ สอบราชการ.com เพื่อรับอัปเดตงานล่าสุด

ติดตามเพจ