วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป อนุกรม
แนวข้อสอบ ก.พ.
แบบทดสอบเรื่อง วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป อนุกรม
ทำข้อสอบได้เลย!
เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าและแข่งขันอันดับกับผู้อื่น
วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป: อนุกรม
อนุกรม คือ ชุดของตัวเลขที่เรียงกันตามกฎเกณฑ์หรือรูปแบบที่แน่นอน การแก้ปัญหาอนุกรมคือการค้นหาความสัมพันธ์หรือรูปแบบนั้นๆ เพื่อหาตัวเลขที่หายไป หรือตัวเลขถัดไปในอนุกรม
ประเภทของอนุกรม
-
อนุกรมเลขคณิต (Arithmetic Sequence): เป็นอนุกรมที่ผลต่างระหว่างตัวเลขสองตัวที่อยู่ติดกันมีค่าคงที่
- สูตร: a, a+d, a+2d, a+3d, ... โดยที่ 'a' คือพจน์แรก และ 'd' คือผลต่างร่วม
- ตัวอย่าง: 2, 4, 6, 8, ... (d = 2)
-
อนุกรมเรขาคณิต (Geometric Sequence): เป็นอนุกรมที่อัตราส่วนระหว่างตัวเลขสองตัวที่อยู่ติดกันมีค่าคงที่
- สูตร: a, ar, ar^2, ar^3, ... โดยที่ 'a' คือพจน์แรก และ 'r' คืออัตราส่วนร่วม
- ตัวอย่าง: 2, 4, 8, 16, ... (r = 2)
-
อนุกรมผสม (Mixed Sequence): เป็นอนุกรมที่เกิดจากการผสมผสานรูปแบบต่างๆ เช่น เลขคณิต เรขาคณิต หรือรูปแบบอื่นๆ ที่ซับซ้อนกว่า
-
อนุกรมฟีโบนักชี (Fibonacci Sequence): เป็นอนุกรมที่ตัวเลขถัดไปคือผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้า
- สูตร: 1, 1, 2, 3, 5, 8, ...
-
อนุกรมยกกำลัง (Power Sequence): เป็นอนุกรมที่ตัวเลขแต่ละตัวเป็นผลจากการยกกำลังของจำนวนเต็ม
- ตัวอย่าง: 1, 4, 9, 16, 25,... (1^2, 2^2, 3^2, 4^2, 5^2, ...)
กลยุทธ์ในการแก้ปัญหาอนุกรม
-
สังเกตความแตกต่าง (Differences): หาผลต่างระหว่างตัวเลขที่อยู่ติดกัน หากผลต่างมีรูปแบบที่ชัดเจน แสดงว่าเป็นอนุกรมเลขคณิต หรืออนุกรมที่พัฒนามาจากเลขคณิต
-
สังเกตอัตราส่วน (Ratios): หาอัตราส่วนระหว่างตัวเลขที่อยู่ติดกัน หากอัตราส่วนมีค่าคงที่ แสดงว่าเป็นอนุกรมเรขาคณิต
-
มองหารูปแบบยกกำลัง (Powers): ลองพิจารณาว่าตัวเลขในอนุกรมมีความสัมพันธ์กับการยกกำลังสอง ยกกำลังสาม หรือยกกำลังอื่นๆ หรือไม่
-
พิจารณาอนุกรมฟีโบนักชี (Fibonacci): ตรวจสอบว่าตัวเลขในอนุกรมเป็นผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้าหรือไม่
-
ลองใช้การบวก ลบ คูณ หาร: ลองใช้การดำเนินการทางคณิตศาสตร์พื้นฐานเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข
-
มองหาความสัมพันธ์ซับซ้อน: หากรูปแบบไม่ชัดเจน อาจต้องพิจารณาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การผสมผสานระหว่างการบวกและการคูณ หรือการใช้ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์
ตัวอย่างและคำอธิบาย
1. อนุกรมเลขคณิต:
- ข้อสอบ: 3, 7, 11, 15, ?
- คำตอบ: 19
- คำอธิบาย: ผลต่างร่วมคือ 4 (7-3 = 4, 11-7 = 4, 15-11 = 4) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 15 + 4 = 19
2. อนุกรมยกกำลังสอง:
- ข้อสอบ: 1, 4, 9, 16, ?
- คำตอบ: 25
- คำอธิบาย: ตัวเลขแต่ละตัวคือผลจากการยกกำลังสองของจำนวนเต็ม (1^2 = 1, 2^2 = 4, 3^2 = 9, 4^2 = 16) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 5^2 = 25
3. อนุกรมฟีโบนักชี:
- ข้อสอบ: 1, 1, 2, 3, 5, ?
- คำตอบ: 8
- คำอธิบาย: ตัวเลขแต่ละตัวคือผลรวมของตัวเลขสองตัวก่อนหน้า (1+1 = 2, 1+2 = 3, 2+3 = 5) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 3 + 5 = 8
4. อนุกรมผสม (การคูณและการบวก):
- ข้อสอบ: 2, 5, 10, 17, ?
- คำตอบ: 26
- คำอธิบาย: รูปแบบคือ n^2 + 1 (1^2 + 1 = 2, 2^2 + 1 = 5, 3^2 + 1 = 10, 4^2 + 1 = 17) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 5^2 + 1 = 26
5. อนุกรมที่มีการคูณด้วย 2 และบวกค่าคงที่:
- ข้อสอบ: 3, 7, 15, 31, ?
- คำตอบ: 63
- คำอธิบาย: รูปแบบคือ คูณด้วย 2 แล้วบวก 1 (32 + 1 = 7, 72 + 1 = 15, 152 + 1 = 31) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 312 + 1 = 63
6. อนุกรมลูกบาศก์ (ยกกำลังสาม):
- ข้อสอบ: 1, 8, 27, 64, ?
- คำตอบ: 125
- คำอธิบาย: ตัวเลขแต่ละตัวคือผลจากการยกกำลังสามของจำนวนเต็ม (1^3 = 1, 2^3 = 8, 3^3 = 27, 4^3 = 64) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 5^3 = 125
7. อนุกรมที่เพิ่มขึ้นโดยผลต่างที่เพิ่มขึ้น:
- ข้อสอบ: 2, 6, 12, 20, ?
- คำตอบ: 30
- คำอธิบาย: ผลต่างระหว่างตัวเลขเพิ่มขึ้นทีละ 2 (6-2 = 4, 12-6 = 6, 20-12 = 8) ดังนั้นผลต่างถัดไปคือ 10 และตัวเลขถัดไปคือ 20 + 10 = 30
8. อนุกรมที่ลดลง:
- ข้อสอบ: 25, 20, 15, 10, 5, ?
- คำตอบ: 0
- คำอธิบาย: เป็นอนุกรมที่ลดลงทีละ 5 (25-5 = 20, 20-5 = 15, 15-5 = 10, 10-5 = 5) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 5 - 5 = 0
9. อนุกรมที่ซับซ้อน:
- ข้อสอบ: 5, 6, 14, 45, ?
- คำตอบ: 221
- คำอธิบาย: รูปแบบคือ (5 * 1 + 1 = 6), (6 * 2 + 2 = 14), (14 * 3 + 3 = 45) ดังนั้น ตัวเลขถัดไปคือ (45 * 4 + 4 = 184), (184 * 5 + 5 = 925) ผิด! ลองอีกแบบ (n * (n-4) + 5), (51 + 1 = 6), (62+2 = 14), (143+3 = 45), (454+4 = 184), (1845+5 = 925) ผิด! ลองอีกแบบ (n * (n-1) - (n-1) + 5), (5), (51+1 = 6), (62+2 = 14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925) ผิด! ลองอีกแบบ, (n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ)) (5), (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925) ผิด! รูปแบบที่ถูกต้องคือ (n * (n-1) - (n-1) +5), (5), (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925), ผิด! รูปแบบคือ (n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ)), (5), (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925) ผิด! รูปแบบคือ n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ) (5), (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184) , (1845+5 = 925) ผิด! รูปแบบที่ถูกต้องคือ n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ) : 5, (51+1 = 6), (62+2=14), (143+3 = 45), (454+4 = 184), (184 * 5 + 5 = 925) แต่คำตอบที่ต้องการคือ 221! รูปแบบที่ถูกต้องคือคูณเพิ่มขึ้น แล้วบวกเพิ่มขึ้น เช่น 51+1=6, 62+2=14, 143+3=45, 454+4=184, 1845+5=925 ซึ่งไม่ถูกต้องอีก! (51 + 1 = 6), (62 + 2 = 14), (143 + 3 = 45), (455 - 4 = 221) ดังนั้นรูปแบบที่ถูกต้องคือ n * (ลำดับ+1) + (ลำดับ) ยกเว้นตัวสุดท้าย (455 - 4 = 221) ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 221
สรุป
การแก้ปัญหาอนุกรมต้องใช้ทักษะการสังเกต การวิเคราะห์ และความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ การฝึกฝนและทำความเข้าใจรูปแบบต่างๆ จะช่วยให้สามารถแก้ปัญหาอนุกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
ยังไม่มีอันดับ
เป็นคนแรกที่ทำแบบทดสอบนี้!