สรุปเนื้อหา วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์
เนื้อหาสรุปนี้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่ปรากฏในข้อสอบวิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยมุ่งเน้นการอธิบายหลักการและแนวคิดที่สำคัญ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง
1. การอนุมาน (Inference)
- หลักการ: การอนุมานคือการสรุปผลจากข้อมูลหรือข้อความที่กำหนดให้ โดยต้องอาศัยเหตุผลและความสมเหตุสมผลในการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด
- วิธีการ:
- อ่านและทำความเข้าใจข้อมูลที่กำหนดให้อย่างละเอียด
- ระบุความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่างๆ (เช่น เหตุผล, ความสัมพันธ์เชิงบวก/ลบ)
- พิจารณาข้อสรุปที่เป็นไปได้หลายๆ ข้อ
- เลือกข้อสรุปที่สมเหตุสมผลที่สุดและสอดคล้องกับข้อมูลทั้งหมด
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: 'นักเรียนที่เรียนเก่งส่วนใหญ่มักจะอ่านหนังสือเป็นประจำ'
- คำตอบที่ถูกต้อง: 'คนที่อ่านหนังสือเป็นประจำมีแนวโน้มที่จะเรียนเก่ง' (เป็นการอนุมานว่าการอ่านหนังสือมีส่วนช่วยให้เรียนเก่ง)
- ข้อสอบ: ‘นักเรียนที่เรียนเก่งส่วนใหญ่มักจะขยันอ่านหนังสือ’
- คำตอบที่ถูกต้อง: นักเรียนที่ขยันอ่านหนังสือมีโอกาสเรียนเก่ง
- ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการอนุมานที่เกินเลยจากข้อมูลที่มี หรือการนำความเชื่อส่วนตัวเข้ามาตัดสิน
2. การเปรียบเทียบเชิงปริมาณ (Quantitative Comparison)
- หลักการ: การเปรียบเทียบเชิงปริมาณเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบค่าหรือขนาดของตัวแปรต่างๆ โดยใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เช่น >, <, =, ≥, ≤
- วิธีการ:
- ทำความเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ
- วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่กำหนดให้
- ใช้กฎทางคณิตศาสตร์เพื่อสรุปผลการเปรียบเทียบ
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: กำหนดให้: A > B, C < B, D = C ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง?
- คำตอบที่ถูกต้อง: A > D (เนื่องจาก A > B และ B > C และ C = D ดังนั้น A > D)
- ข้อสอบ: A > B, C < B, D = C ข้อสรุปใดถูกต้อง?
- คำตอบ: A > D
- ข้อสอบ: ถ้า A > B และ B > C แล้วข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
- คำตอบ: A > C
- ข้อสอบ: ถ้า A > B และ B > C แล้วข้อใดต่อไปนี้เป็นจริงเสมอ?
- คำตอบ: A > C
- ข้อสอบ: พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้: A > B, C < B, D = C ข้อใดต่อไปนี้เป็นจริง?
- คำตอบ: A > C
- ข้อสอบ: พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้: A > B, C < B, D = A ข้อใดต่อไปนี้เป็นจริง:
- คำตอบ: D > C
- ข้อควรระวัง: ระมัดระวังในการใช้กฎการถ่ายทอด (Transitive Property) และตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ให้ครบถ้วน
3. การหาความสัมพันธ์เชิงตรรกะ (Logical Relationship)
- หลักการ: การหาความสัมพันธ์เชิงตรรกะเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างข้อความหรือเหตุการณ์ต่างๆ โดยพิจารณาว่าข้อความหนึ่งเป็นเหตุเป็นผลกับอีกข้อความหนึ่งหรือไม่
- วิธีการ:
- ระบุข้อความที่เป็นเหตุและข้อความที่เป็นผล
- พิจารณาว่าเหตุการณ์หนึ่งนำไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่งอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่
- ตรวจสอบว่ามีความสัมพันธ์อื่นๆ ที่เป็นไปได้หรือไม่
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ถ้า 'แมว' คือ 'สุนัข', 'สุนัข' คือ 'นก', 'นก' คือ 'ปลา' แล้ว 'ปลา' คืออะไร?
- คำตอบที่ถูกต้อง: ปลา (เป็นการแทนค่าตามความสัมพันธ์ที่กำหนด)
- ข้อสอบ: ข้อความใดต่อไปนี้เป็นเหตุเป็นผลกันมากที่สุด: ‘ฝนตกหนัก ถนนลื่น’
- คำตอบ: ฝนตกหนักทำให้ถนนลื่น
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่ถูกต้อง
- คำตอบ: ออกกำลังกายสม่ำเสมอทำให้สุขภาพแข็งแรง
- ข้อสอบ: ถ้า 'แมว' หมายถึง 'สุนัข', 'สุนัข' หมายถึง 'นก', และ 'นก' หมายถึง 'ปลา' แล้วอะไรคือสัตว์เลี้ยงที่เห่าได้?
- คำตอบ: นก
- ข้อสอบ: ถ้า 'หนังสือ' คือ 'กระดาษ' และ 'กระดาษ' คือ 'ดินสอ' และ 'ดินสอ' คือ 'ยางลบ' แล้วเราจะใช้เขียนอะไร?
- คำตอบ: ยางลบ
- ข้อควรระวัง: ระวังความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน หรือความสัมพันธ์ที่อาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
4. การแยกข้อเท็จจริงและความคิดเห็น (Fact vs. Opinion)
- หลักการ: การแยกข้อเท็จจริงและความคิดเห็นเป็นทักษะสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยข้อเท็จจริงคือข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง ในขณะที่ความคิดเห็นเป็นความเชื่อหรือการตัดสินส่วนบุคคล
- วิธีการ:
- พิจารณาว่าข้อความนั้นสามารถตรวจสอบได้หรือไม่
- ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล
- ระวังการใช้คำที่แสดงความรู้สึกหรือการตัดสิน
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อความใดต่อไปนี้เป็นข้อเท็จจริง (Fact) ที่สุด?
- คำตอบที่ถูกต้อง: ประชากรของประเทศไทยมีมากกว่า 70 ล้านคน (สามารถตรวจสอบได้จากสถิติ)
- ข้อสอบ: ข้อใดคือความแตกต่างระหว่าง 'ข้อเท็จจริง' และ 'ความคิดเห็น'?
- คำตอบ: ข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ ความคิดเห็นเป็นความเชื่อ
- ข้อควรระวัง: ระวังการปะปนกันระหว่างข้อเท็จจริงและความคิดเห็น โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อหรือค่านิยมส่วนบุคคล
5. การหาลำดับและความสัมพันธ์ของตัวเลข (Number Sequence and Relationship)
- หลักการ: การหาลำดับและความสัมพันธ์ของตัวเลขเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ชุดตัวเลขเพื่อหารูปแบบหรือกฎเกณฑ์ที่ควบคุมลำดับนั้น
- วิธีการ:
- สังเกตความแตกต่างระหว่างตัวเลขแต่ละคู่
- หารูปแบบการเพิ่มขึ้นหรือลดลง (เช่น เลขคณิต, เรขาคณิต)
- พิจารณาความสัมพันธ์อื่นๆ ที่เป็นไปได้ (เช่น ยกกำลัง, หาร, คูณ)
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ลำดับตัวเลขชุดหนึ่งคือ 2, 6, 12, 20, 30, ... ตัวเลขถัดไปคืออะไร?
- คำตอบที่ถูกต้อง: 42 (เพิ่มขึ้นทีละ 4, 6, 8, 10, 12)
- ข้อสอบ: ลำดับต่อไปคืออะไร: 2, 4, 8, 16, ...
- คำตอบ: 32
- ข้อสอบ: ลำดับตัวเลขชุดหนึ่งคือ 2, 6, 12, 20, ... ตัวเลขถัดไปในลำดับคืออะไร
- คำตอบ: 30
- ข้อสอบ: ลำดับตัวเลขชุดหนึ่งคือ 2, 4, 8, 16, __ ตัวเลขถัดไปในลำดับคืออะไร?
- คำตอบ: 32
- ข้อสอบ: ลำดับตัวเลขชุดหนึ่งคือ 2, 4, 6, 8, ... เลขถัดไปในลำดับคืออะไร
- คำตอบ: 10
- ข้อสอบ: ลำดับตัวเลขชุดหนึ่งคือ 2, 6, 12, 20, 30, ... ตัวเลขถัดไปในลำดับคืออะไร?
- คำตอบ: 42
- ข้อสอบ: ลำดับตัวเลขชุดหนึ่งคือ 2, 6, 12, 20, 30, ... เลขถัดไปในลำดับคืออะไร
- คำตอบ: 42
- ข้อควรระวัง: มองหารูปแบบที่ซับซ้อน และตรวจสอบว่ารูปแบบนั้นสอดคล้องกับตัวเลขทั้งหมดในลำดับ
6. การวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค (Problem Analysis and Obstacles)
- หลักการ: การวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวข้องกับการระบุสาเหตุของปัญหา และค้นหาอุปสรรคที่ขัดขวางการแก้ไขปัญหา
- วิธีการ:
- ระบุปัญหาที่ชัดเจน
- รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา (เช่น Root Cause Analysis)
- ระบุอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น (เช่น ข้อจำกัดด้านทรัพยากร, ความขัดแย้ง)
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้คืออุปสรรคสำคัญที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ?
- คำตอบที่ถูกต้อง: การคอร์รัปชัน (เป็นอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ)
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้คืออุปสรรคสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง?
- คำตอบ: การขาดการสื่อสารที่ชัดเจน
- ข้อสอบ: ข้อใดคือขั้นตอนแรกที่ควรทำในการวิเคราะห์ปัญหา?
- คำตอบ: ระบุปัญหาที่แท้จริง
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง:
- คำตอบ: การขาดการสื่อสาร
- ข้อควรระวัง: พิจารณาอุปสรรคที่อาจมองข้าม และให้ความสำคัญกับการแก้ไขสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา
7. การตีความความหมายโดยนัย (Implied Meaning)
- หลักการ: การตีความความหมายโดยนัยเกี่ยวข้องกับการเข้าใจความหมายที่ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อความ โดยต้องอาศัยความรู้พื้นฐานและบริบทในการตีความ
- วิธีการ:
- อ่านข้อความอย่างละเอียด
- พิจารณาบริบทของข้อความ
- ค้นหาคำหรือวลีที่สื่อถึงความหมายโดยนัย
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายโดยนัยของคำว่า 'น้ำขึ้นให้รีบตัก'?
- คำตอบที่ถูกต้อง: เมื่อมีโอกาสดี ควรรีบคว้าไว้ (เป็นการเปรียบเทียบโอกาสที่ดีกับช่วงเวลาน้ำขึ้น)
- ข้อควรระวัง: ระวังการตีความที่เกินเลยจากบริบท หรือการนำความเชื่อส่วนตัวเข้ามาตัดสิน
8. การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (Creative Problem Solving)
- หลักการ: การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวข้องกับการคิดค้นวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหา โดยเน้นการใช้จินตนาการและความคิดนอกกรอบ
- วิธีการ:
- ระบุปัญหาที่ชัดเจน
- ระดมความคิด (Brainstorming)
- ประเมินความเป็นไปได้ของแต่ละแนวคิด
- เลือกแนวคิดที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพที่สุด
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ที่สุด?
- คำตอบที่ถูกต้อง: ใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ (เป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา)
- ข้อควรระวัง: ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ และเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ ที่อาจช่วยให้แก้ปัญหาได้ดีขึ้น
9. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์ (Data and Situation Analysis)
- หลักการ: การวิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และนำมาวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจ
- วิธีการ:
- รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ
- จัดระเบียบข้อมูล
- วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหารูปแบบและความสัมพันธ์
- สรุปผลการวิเคราะห์และนำไปใช้ในการตัดสินใจ
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: สถานการณ์: บริษัทแห่งหนึ่งกำลังพิจารณาว่าจะลงทุนในโครงการใหม่หรือไม่ ข้อมูลใดสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ?
- คำตอบที่ถูกต้อง: การวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) (ช่วยให้ทราบถึงความคุ้มค่าของการลงทุน)
- ข้อสอบ: สถานการณ์: บริษัทแห่งหนึ่งประสบปัญหาผลกำไรลดลง ข้อใดคือขั้นตอนแรกที่ควรทำในการวิเคราะห์ปัญหา?
- คำตอบ: ระบุปัญหาที่แท้จริง
- ข้อสอบ: สถานการณ์: คุณได้รับมอบหมายให้แก้ไขปัญหาการจราจรในเมือง ข้อใดคือข้อมูลที่คุณควรเก็บรวบรวมเป็นอันดับแรก?
- คำตอบ: สถิติการจราจร
- ข้อสอบ: สถานการณ์: คุณต้องตัดสินใจเลือกผู้สมัครเข้าทำงาน ข้อใดคือสิ่งที่คุณควรพิจารณามากที่สุด?
- คำตอบ: คุณสมบัติและความสามารถ
- ข้อสอบ: สถานการณ์: บริษัทแห่งหนึ่งกำลังพิจารณาว่าจะลงทุนในโครงการ A หรือ B โครงการ A มีโอกาสสำเร็จ 80% และให้ผลตอบแทน 1 ล้านบาท โครงการ B มีโอกาสสำเร็จ 50% และให้ผลตอบแทน 2 ล้านบาท ควรเลือกลงทุนในโครงการใด
- คำตอบ: โครงการ B เพราะให้ผลตอบแทนสูงกว่า
- ข้อควรระวัง: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์
10. การทำงานเป็นทีม (Teamwork)
- หลักการ: การทำงานเป็นทีมเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน โดยต้องอาศัยการสื่อสาร การประสานงาน และการแบ่งปันความรับผิดชอบ
- วิธีการ:
- กำหนดเป้าหมายร่วมกัน
- แบ่งงานตามความสามารถ
- สื่อสารอย่างเปิดเผยและมีประสิทธิภาพ
- สนับสนุนซึ่งกันและกัน
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ?
- คำตอบที่ถูกต้อง: การสื่อสารที่เปิดเผยและมีประสิทธิภาพ (ช่วยให้สมาชิกในทีมเข้าใจตรงกันและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น)
- ข้อควรระวัง: จัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคนในทีม
11. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
- หลักการ: การคิดเชิงวิพากษ์คือกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล โดยการวิเคราะห์และประเมินข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
- วิธีการ:
- ตั้งคำถาม: สงสัยในข้อมูลและข้อสรุปต่างๆ
- รวบรวมข้อมูล: ค้นหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
- วิเคราะห์ข้อมูล: พิจารณาข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือก
- ประเมินหลักฐาน: ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของหลักฐาน
- สร้างข้อสรุป: สรุปผลอย่างมีเหตุผล
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้คือองค์ประกอบสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์
- คำตอบ: การประเมินหลักฐานอย่างมีเหตุผล
- ข้อสอบ: ข้อใดคือลักษณะสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)?
- คำตอบ: การตั้งคำถามและตรวจสอบข้อมูล
- ข้อสอบ: ข้อใดคือความหมายที่ถูกต้องที่สุดของคำว่า 'การคิดวิเคราะห์'?
- คำตอบ: การแยกแยะองค์ประกอบและประเมินค่า
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการคิดวิเคราะห์:
- คำตอบ: การประเมินหลักฐานอย่างมีวิจารณญาณ
- อุปสรรค: อคติ, ข้อมูลไม่เพียงพอ, ความคิดแบบเหมารวม
12. การให้เหตุผลแบบอุปนัยและนิรนัย (Inductive and Deductive Reasoning)
- อุปนัย (Inductive): สรุปจากข้อมูลเฉพาะไปสู่ข้อสรุปทั่วไป (อาจไม่ถูกต้อง 100%)
- ตัวอย่าง: เห็นหงส์ขาวหลายตัว -> หงส์ทุกตัวสีขาว
- นิรนัย (Deductive): สรุปจากข้อเท็จจริงทั่วไปไปสู่ข้อสรุปเฉพาะ (ถูกต้อง ถ้าข้อเท็จจริงถูกต้อง)
- ตัวอย่าง: ทุกคนต้องตาย -> สมชายเป็นคน -> สมชายต้องตาย
- ตัวอย่างในข้อสอบ:
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นการให้เหตุผลแบบอุปนัย
- คำตอบ: ทุกครั้งที่ผ่านมา ฉันเห็นหงส์เป็นสีขาว ดังนั้นหงส์ทุกตัวเป็นสีขาว
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นการให้เหตุผลแบบอุปนัย:
- คำตอบ: นกทุกตัวที่ฉันเคยเห็นบินได้ ดังนั้นนกทุกตัวว่ายน้ำได้
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นการให้เหตุผลแบบอุปนัย:
- คำตอบ: นกทุกตัวที่ฉันเคยเห็นบินได้ ดังนั้นนกทุกตัวบินได้
- ข้อควรระวัง: การให้เหตุผลแบบอุปนัยอาจนำไปสู่ข้อสรุปที่ผิดพลาดหากข้อมูลไม่เพียงพอ
13. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคำ (Word Relationship)
- หลักการ: หาความสัมพันธ์ระหว่างคำสองคำ แล้วนำไปใช้กับคู่อื่น
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้แสดงถึงความสัมพันธ์เชิงเปรียบเทียบที่ถูกต้องที่สุด: 'ร้อน : หนาว'?
- คำตอบ: สว่าง : มืด
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นอุปมาอุปไมยที่ถูกต้อง: 'มือ : ถุงมือ :: เท้า : ?'
- คำตอบ: รองเท้า
14. การเข้ารหัส (Encoding)
- หลักการ: หาความสัมพันธ์ของการเข้ารหัส แล้วนำไปใช้กับคำอื่น
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ถ้า 'แมว' ถูกเข้ารหัสเป็น 'odw' แล้ว 'สุนัข' จะถูกเข้ารหัสเป็นอะไร
- คำตอบ: vxq
- ข้อสอบ: ถ้า 'แมว' ถูกเข้ารหัสเป็น 'MDX' และ 'หมา' ถูกเข้ารหัสเป็น 'HNB' แล้ว 'นก' จะถูกเข้ารหัสเป็นอะไร?
- คำตอบ: OPL
15. การวิเคราะห์เงื่อนไข (Conditional Analysis)
- หลักการ: การวิเคราะห์เงื่อนไขเกี่ยวข้องกับการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์หรือข้อความที่กำหนดให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบ "ถ้า...แล้ว..."
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ถ้าฝนตก ถนนจะเปียก' ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อความที่สมมูลกัน
- คำตอบ: ถ้าถนนไม่เปียก แสดงว่าฝนไม่ตก
- ข้อสอบ: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ถ้าฝนตก ถนนจะเปียก' ข้อใดต่อไปนี้เป็นจริง?
- คำตอบ: ถ้าถนนไม่เปียก แสดงว่าฝนไม่ตก
- ข้อสอบ: ข้อความใดต่อไปนี้เป็นสมเหตุสมผลที่สุด: 'ถ้าฝนตก ถนนจะเปียก'
- คำตอบ: ถ้าถนนเปียก อาจเป็นเพราะฝนตก
- ข้อสอบ: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ถ้าฝนตก ถนนจะเปียก' ข้อใดต่อไปนี้เป็นจริงตามหลักตรรกศาสตร์?
- คำตอบ: ถ้าถนนไม่เปียก ฝนไม่ตก
- ข้อสอบ: ข้อใดเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นที่สุดสำหรับการสอบผ่าน
- คำตอบ: มีความรู้
- ข้อสอบ: ข้อใดเป็นเงื่อนไขที่เพียงพอสำหรับ 'A' ที่จะเป็นจริง ถ้า 'A' เป็นจริงเมื่อ 'B' เป็นจริง?
- คำตอบ: 'B' เป็นจริง
16. การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดในการใช้เหตุผล (Fallacy Analysis)
- หลักการ: การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดในการใช้เหตุผลเกี่ยวข้องกับการระบุข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการให้เหตุผล ซึ่งอาจทำให้ข้อสรุปไม่น่าเชื่อถือ
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อโต้แย้งที่ผิดพลาด (fallacy): 'ทุกคนที่ฉันรู้จักสนับสนุนพรรค A ดังนั้นพรรค A จะชนะการเลือกตั้ง'
- คำตอบ: Hasty generalization
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นความเข้าใจผิด (fallacy) ที่พบได้บ่อยในการโต้แย้ง:
- คำตอบ: การโจมตีตัวบุคคล (Ad hominem)
17. การวิเคราะห์ชุดตัวเลข (Number Set Analysis)
- หลักการ: การวิเคราะห์ชุดตัวเลขเกี่ยวข้องกับการพิจารณาความสัมพันธ์ของตัวเลขในชุดนั้นๆ เพื่อหาค่าที่หายไป หรือหาค่าที่แตกต่าง
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ข้อใดคือคำที่มีความหมายต่างจากคำอื่น:
- คำตอบ: ความสุข
- ข้อสอบ: ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำที่มีความหมายต่างจากคำอื่น
- คำตอบ: มะละกอ
- ข้อสอบ: ข้อใดคือคำที่มีความหมายต่างจากคำอื่นมากที่สุด?
- คำตอบ: รถยนต์
18. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในครอบครัว (Family Relationship Analysis)
- หลักการ: การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในครอบครัวเกี่ยวข้องกับการพิจารณาความสัมพันธ์ของบุคคลต่างๆ ในครอบครัว เพื่อหาความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: ถ้า A เป็นพี่ชายของ B และ B เป็นน้องสาวของ C แล้ว A, B และ C มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
- คำตอบ: พี่น้องกัน
- ข้อสอบ: ถ้า A เป็นพี่ชายของ B, และ C เป็นลูกสาวของ A, และ D เป็นน้องชายของ B, ใครคือลุงของ C?
- คำตอบ: B
19. การวิเคราะห์สถานการณ์ (Situation Analysis)
- หลักการ: การวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวข้องกับการพิจารณาสถานการณ์ที่กำหนดให้ เพื่อหาข้อสรุปที่ถูกต้อง
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: จากข้อมูล: 'พนักงานทุกคนในบริษัทนี้ต้องมีปริญญาตรี' ข้อใดต่อไปนี้เป็นจริง?
- คำตอบ: ถ้าไม่มีปริญญาตรี จะไม่สามารถเป็นพนักงานในบริษัทนี้ได้
- ข้อสอบ: จากข้อมูล: 'ทุกคนที่ชอบกินผักเป็นคนสุขภาพดี' ข้อใดต่อไปนี้เป็นจริง
- คำตอบ: คนที่ไม่ชอบกินผักจะไม่สุขภาพดี
- ข้อสอบ: กำหนดให้: ทุกคนที่ชอบกินผักเป็นคนสุขภาพดี, สมหญิงชอบกินผัก ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง?
- คำตอบ: สมหญิงเป็นคนสุขภาพดี
20. การคำนวณ (Calculation)
- หลักการ: การคำนวณเกี่ยวข้องกับการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง
- ตัวอย่าง:
- ข้อสอบ: บริษัทแห่งหนึ่งมีพนักงาน 100 คน เป็นชาย 60 คน และหญิง 40 คน ถ้า 30% ของพนักงานชายและ 50% ของพนักงานหญิงจบปริญญาตรี จงหาจำนวนพนักงานทั้งหมดที่จบปริญญาตรี
- คำตอบ: 38
- ข้อสอบ: ถ้าวันนี้เป็นวันจันทร์ อีก 10 วันจะเป็นวันอะไร?
- คำตอบ: วันพฤหัสบดี
เคล็ดลับ
อ่านสรุปนี้ให้เข้าใจก่อนทำข้อสอบ จะช่วยให้ตอบคำถามได้ดีขึ้น
โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
แนวข้อสอบนี้ต้องเป็นสมาชิก Premium เท่านั้น