สอบราชการ.com
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
สอบราชการ.com

วิชาภาษาอังกฤษ

สรุปแนวข้อสอบสำหรับทบทวนก่อนทำข้อสอบ

เฉพาะสมาชิก Premium

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

แนวข้อสอบนี้ต้องเป็นสมาชิก Premium เท่านั้น

สรุปเนื้อหา วิชาภาษาอังกฤษ

เนื้อหาสรุปนี้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่ปรากฏในข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจและตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง

1. คำบุพบท (Prepositions)

  • ความหมาย: คำบุพบทใช้เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคำนามหรือคำสรรพนามกับคำอื่นๆ ในประโยค มักใช้เพื่อบอกตำแหน่ง เวลา ทิศทาง หรือวิธีการ
  • ตัวอย่าง:
    • to: ใช้เพื่อบอกทิศทาง (I'm going to the cinema.)
    • at: ใช้เพื่อบอกสถานที่เฉพาะเจาะจง หรือเวลา (He is good at playing football.) (I am going ___ the library.) (I am going ___ the cinema tonight.) (She is good _____ playing the piano.)
    • on: ใช้เพื่อบอกตำแหน่งที่อยู่บนพื้นผิว (The book is on the table.)
    • for: ใช้เพื่อบอกจุดประสงค์หรือระยะเวลา (I have been studying English for five years.)
    • of: ใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหรือส่วนประกอบ (Despite of the rain, we went to the park. -> ผิด ต้องเป็น Despite the rain)

2. กาล (Tenses)

  • ความหมาย: กาล (Tense) แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด มีหลายกาลในภาษาอังกฤษ แต่ละกาลใช้เพื่อบอกเวลาที่แตกต่างกัน
  • ตัวอย่าง:
    • Past Simple: ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงในอดีต (They went to Paris last year.) (I went to the cinema yesterday.) (They _____ to the party last night.) (They _____ to the beach yesterday.) (I visited Paris last year.)
    • Present Simple: ใช้เพื่อบอกความจริงทั่วไป หรือสิ่งที่ทำเป็นประจำ (She studies English every day.) (She doesn't like coffee.)
    • Past Perfect: ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์อื่นในอดีต (They had finished their work.)
    • Present Perfect Continuous: ใช้เพื่อบอกการกระทำที่เริ่มในอดีตและยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปัจจุบัน (I have been studying English for five years.)
    • Past Continuous: ใช้เพื่อบอกการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต (They were playing football when it started to rain.)

3. คำเหมือน (Synonyms)

  • ความหมาย: คำเหมือนคือคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน การรู้จักคำเหมือนจะช่วยให้เราสามารถใช้ภาษาได้หลากหลายและเข้าใจความหมายของคำศัพท์ได้ดียิ่งขึ้น
  • ตัวอย่าง:
    • Happy: Joyful
    • Diligent: Hardworking
    • Ubiquitous: Common, Present everywhere
    • Difficult: Challenging
    • Essential: Necessary
    • Ambiguous: Vague

4. คำตรงข้าม (Antonyms)

  • ความหมาย: คำตรงข้ามคือคำที่มีความหมายตรงกันข้าม การรู้จักคำตรงข้ามจะช่วยให้เราเข้าใจความหมายของคำศัพท์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • ตัวอย่าง:
    • Big: Small
    • Generous: Stingy
    • Optimistic: Pessimistic
    • Brave: Cowardly

5. Conditional Sentences (ประโยคเงื่อนไข)

  • ความหมาย: ประโยคเงื่อนไขใช้เพื่อบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นหากมีเงื่อนไขบางอย่างเกิดขึ้น
  • โครงสร้าง:
    • Type 2: If + Past Simple, would + Verb (If I were rich, I would travel the world.) (If I ____ you, I would study harder. -> were) (If I _____ more money, I _____ travel around the world. -> had, would) (If I ____ (be) you, I would study harder. -> were) (If I _____ you, I would accept the offer. -> were)
    • Type 3: If + Past Perfect, would have + Past Participle (If I had known, I ______ you. -> would have told)

6. Articles (คำนำหน้านาม)

  • ความหมาย: Articles คือคำที่ใช้เพื่อนำหน้านาม มีสองประเภทคือ definite article (the) และ indefinite articles (a, an)
  • การใช้งาน:
    • a: ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ (I need a umbrella -> ผิด ต้องเป็น an)
    • an: ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยสระ (I saw an elephant at the zoo.) (_____ apple a day keeps the doctor away. -> An) (I need _____ umbrella. -> an) (She is ____ honest woman. -> an)

7. พหูพจน์ (Plural Forms)

  • ความหมาย: พหูพจน์คือรูปของคำนามที่ใช้เมื่อมีมากกว่าหนึ่ง
  • กฎทั่วไป: โดยทั่วไปจะเติม -s ที่ท้ายคำนาม (e.g., books, cars) แต่มีข้อยกเว้น
  • ข้อยกเว้น:
    • child -> children

8. คำสรรพนาม (Pronouns)

  • ความหมาย: คำสรรพนามใช้แทนคำนามเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำ
  • ตัวอย่าง:
    • mine: ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ (This book is mine. It belongs to me.) (The book is _____. (belonging to me) -> mine)

9. คำคุณศัพท์ (Adjectives)

  • ความหมาย: คำคุณศัพท์ใช้ขยายคำนาม เพื่อบอกลักษณะ คุณสมบัติ หรือสถานะของคำนามนั้น
  • ตัวอย่าง:
    • The tall man is walking.
    • The blue car is fast.
    • The red car is very fast.
    • Which of the following is an adjective? -> Beautiful
    • He is a very ____ person; he always helps others. -> kind

10. Adverbs (คำวิเศษณ์)

  • ความหมาย: คำวิเศษณ์ใช้ขยายคำกริยา คำคุณศัพท์ หรือคำวิเศษณ์อื่น เพื่อบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำ หรือลักษณะนั้นๆ
  • ตัวอย่าง:
    • He runs quickly.

11. Subject-Verb Agreement (ความสอดคล้องระหว่างประธานและกริยา)

  • หลักการ: ประธานและกริยาในประโยคต้องสอดคล้องกันในเรื่องของจำนวน ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเป็นเอกพจน์ และถ้าประธานเป็นพหูพจน์ กริยาต้องเป็นพหูพจน์
  • ตัวอย่าง:
    • The cat sleeps. (เอกพจน์)
    • The cats sleep. (พหูพจน์)
    • The team is playing well.
    • The team is practicing hard for the upcoming match.
    • The cat sleeps on the sofa.

12. ประโยค Compound (Compound Sentences)

  • ความหมาย: ประโยค Compound คือประโยคที่ประกอบด้วย independent clauses สองประโยคขึ้นไป เชื่อมด้วย conjunction (เช่น and, but, or, so)
  • ตัวอย่าง:
    • I like tea, but she likes coffee.

13. Idioms (สำนวน)

  • ความหมาย: Idiom คือกลุ่มคำที่มีความหมายเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากความหมายตามตัวอักษร
  • ตัวอย่าง:
    • Break a leg: To wish someone good luck
    • To break the ice: To start a conversation and make people feel more comfortable

14. Punctuation (เครื่องหมายวรรคตอน)

  • ความสำคัญ: เครื่องหมายวรรคตอนช่วยให้ประโยคมีความชัดเจนและสื่อความหมายได้ถูกต้อง
  • ตัวอย่าง:
    • It's raining very hard today. (Its -> It's คือ รูปย่อของ It is)
    • My favorite colors are blue, red and green. (ใช้ comma คั่นระหว่างรายการใน list)

15. Vocabulary (คำศัพท์)

  • ubiquitous: present everywhere (แพร่หลาย)
  • scale back: ลดขนาด, ลดปริมาณ
  • accommodate: ปรับตัว, จัดให้

16. Tense (กาล) ที่ถูกต้องในการอธิบายการกระทำที่เริ่มในอดีตและยังคงดำเนินต่อไป

  • Present Perfect Continuous: I have been studying English for five years.

17. การใช้คำสันธาน (Conjunctions)

  • Conjunctions ใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคเข้าด้วยกัน
  • ตัวอย่าง: She is tired, ___ she continues to work. -> but

18. การเลือกประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

  • ตัวอย่าง:
    • She doesn't like coffee.
    • She is going to the store.
    • She is going to the library tomorrow.
    • She doesn't like to eat meat.

เคล็ดลับ

อ่านสรุปนี้ให้เข้าใจก่อนทำข้อสอบ จะช่วยให้ตอบคำถามได้ดีขึ้น

เฉพาะสมาชิก Premium

โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

แนวข้อสอบนี้ต้องเป็นสมาชิก Premium เท่านั้น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน

โดยการใช้เว็บไซต์นี้ คุณรับทราบว่าคุณได้อ่านและทำความเข้าใจ นโยบายความเป็นส่วนตัว, นโยบายคุกกี้ และ ข้อกำหนดในการให้บริการ ของเราแล้ว

ตั้งค่าคุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็น

จำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ไม่สามารถปิดได้

คุกกี้วิเคราะห์

ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์

คุกกี้การตลาด

ใช้เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคุณ

ติดตามข่าวสารงานราชการ

กดติดตามเพจ สอบราชการ.com เพื่อรับอัปเดตงานล่าสุด

ติดตามเพจ