สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เปิดสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงาน จำนวน 32 อัตรา สมัครได้ตั้งแต่ 13 ก.พ. - 5 มี.ค. 2568
ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงาน ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๑๐ ของระเบียบคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการเชื้อเชิญ การสรรหา หรือการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงาน พ.ศ. ๒๕๖๔ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จึงออกประกาศเพื่อใช้คัดเลือกบุคคลจึงประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกในตำแหน่งต่าง ๆ รวมจำนวน ๓๒ อัตรา โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ ๑. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และจำนวนตำแหน่งว่างที่จะบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก ๑.๑ หัวหน้างาน (สายงานไซเบอร์) จำนวน ๑๑ อัตรา ๑.๑.๑ ศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๑.๒ สำนักบริหารโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ จำนวน ๓ อัตรา ๑.๑.๓ สำนักวิชาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๑.๔ สำนักประสานงาน จำนวน ๓ อัตรา ๑.๑.๕ สำนักปฏิบัติการ จำนวน ๓ อัตรา ๑.๒ หัวหน้างาน (สายงานสนับสนุน) จำนวน ๔ อัตรา ๑.๒.๑ สำนักบริหารกลาง จำนวน ๑ อัตรา ๑.๒.๒ ศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๒.๓ สำนักวิชาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน ๒ อัตรา ๑.๓ เจ้าหน้าที่กลุ่มวิชาชีพเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระดับ ๒ – ๓ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๓.๑ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๔ เจ้าหน้าที่กลุ่มวิชาชีพเฉพาะด้านไซเบอร์ ระดับ ๑ จำนวน ๕ อัตรา ๑.๔.๑ สำนักวิชาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๔.๒ สำนักประสานงาน จำนวน ๑ อัตรา ๑.๔.๓ สำนักปฏิบัติการ จำนวน ๓ อัตรา ๑.๕ เจ้าหน้าที่กลุ่มวิชาชีพเฉพาะด้านไซเบอร์ ระดับ ๒ – ๓ จำนวน ๕ อัตรา ๑.๕.๑ สำนักบริหารโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ จำนวน ๒ อัตรา ๑.๕.๒ สำนักวิชาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๕.๓ สำนักประสานงาน จำนวน ๑ อัตรา ๑.๕.๔ สำนักปฏิบัติการ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๖ เจ้าหน้าที่กลุ่มปฏิบัติงานทั่วไปด้านการจัดการ ระดับ ๑ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๖.๑ ศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๗ เจ้าหน้าที่กลุ่มปฏิบัติงานทั่วไปด้านการเงิน ระดับ ๒ – ๓ จำนวน ๑ อัตรา ๑.๗.๑ สำนักการเงินและกลยุทธ์องค์กร จำนวน ๑ อัตรา ๑.๘ เจ้าหน้าที่กลุ่มปฏิบัติงานทั่วไปด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ ๑ – ๓ จำนวน ๔ อัตรา ๑.๘.๑ สำนักนโยบายยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวน ๔ อัตรา รายละเอียดตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ ๒. เงินเดือนที่จะได้รับ ๒.๑ เจ้าหน้าที่กลุ่มปฏิบัติงานทั่วไป – ระดับ ๑ อัตราเงินเดือนเริ่มต้น ๑๘,๕๐๐ บาท – ระดับ ๒ อัตราเงินเดือนเริ่มต้น ๒๖,๕๐๐ บาท – ระดับ ๓ อัตราเงินเดือนเริ่มต้น ๓๗,๐๐๐ บาท ๒.๒ เจ้าหน้าที่กลุ่มวิชาชีพเฉพาะ – ระดับ ๑ อัตราเงินเดือนเริ่มต้น ๓๑,๒๐๐ บาท – ระดับ ๒ อัตราเงินเดือนเริ่มต้น ๓๙,๐๐๐ บาท – ระดับ ๓ อัตราเงินเดือนเริ่มต้น ๔๘,๗๐๐ บาท ๒.๓ หัวหน้างาน อัตราเงินเดือนเริ่มต้น ๖๐,๙๐๐ บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เรื่อง โครงสร้างบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติจะพิจารณาจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เพื่อเข้าสู่ระดับตำแหน่ง และจะบรรจุในอัตราเงินเดือนเริ่มต้นของแต่ละระดับ และหรือตามที่สำนักงานกำหนด ๓. ลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่ง ลักษณะงานที่ปฏิบัติของแต่ละตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ ๔. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ ๔.๑ ผู้สมัครที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๘ ของข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี (๓) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๕) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจ ของสังคม รวมถึงการทุจริตการสอบเข้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐอื่น (๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือมีสภาพร่างกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติงาน (๗) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการสั่งให้พักงาน พักราชการ หรือสั่งให้หยุดงานเป็น การชั่วคราวในลักษณะเดียวกันกับการพักงานหรือพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ (๘) ไม่เป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๙) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษ ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เพราะกระทำผิดวินัย (๑๐) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายที่กำหนดให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางสำนักงานไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบคัดเลือกเพื่อเข้าทำงานได้ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว ๘๙/๒๕๐๑ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๑ และตามความในข้อ ๔ ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ ๑/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ๔.๒ ผู้สมัครสอบจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งโดยต้องได้รับคุณวุฒิตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ ๕. การรับสมัครสอบ ๕.๑ ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตามขั้นตอนการสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต ดังนี้ (๑) เข้าไปที่เว็บไซต์ https://ncsa.thaijobjob.com หรือเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ https://www.ncsa.or.th เลือกหัวข้อ “ประชาสัมพันธ์” เมนู “สมัครสอบ” และโปรดอ่านรายละเอียดการสมัครสอบตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเป็นพนักงาน ให้ละเอียดก่อนดำเนินการสมัคร (๒) กรอกใบสมัครออนไลน์ โดยกรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ปฏิบัติ ตามขั้นตอนที่กำหนด (๓) ให้ผู้สมัครอัปโหลด (Upload) สำเนาปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตร หรือหนังสือแสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากผู้มีอำนาจอนุมัติ (ภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร) และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ซึ่งเป็นคุณวุฒิตรงกับตำแหน่งที่สมัครตามที่กำหนด ในเอกสารแนบท้ายประกาศ โดยผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และลงชื่อผู้สมัครกำกับไว้ กรณีวุฒิต่างประเทศ จะต้องยื่นสำเนาเอกสารการเทียบระดับคุณวุฒิจากหน่วยงานของรัฐตามอำนาจหน้าที่ และต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ มาประกอบด้วย (ประเภทไฟล์เป็น PDF ความละเอียดไม่เกิน ๑MB) และให้ผู้สมัครอัปโหลด (Upload) รูปถ่ายสี หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน ๑ ปี ขนาด ๑ x ๑.๕ นิ้ว (ประเภทไฟล์เป็น .JPG ขนาดไฟล์รูปถ่ายประมาณ ๔๐ – ๑๐๐ KB) โดยรูปถ่ายที่อัปโหลด จะปรากฏบนใบสมัครสอบ (๔) ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้จนครบถ้วน ระบบจะกำหนดแบบฟอร์มการชำระเงินให้โดยอัตโนมัติ ในกรณีที่ไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน ผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้ ๕.๒ การชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๘ ผู้สมัครสอบจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง การบันทึกข้อมูล ชื่อ – สกุล เบอร์โทรศัพท์ให้ถูกต้องก่อนการชำระเงิน เนื่องจากไม่สามารถยกเลิกหรือขอคืนเงินค่าสมัครได้ และสามารถชำระเงินตามคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ระบบกำหนดในแบบฟอร์มการชำระเงินผ่านทาง Mobile Banking ได้ทุกธนาคาร ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๘ หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันตามกำหนด ภายใน ๓๐ นาที ผู้สมัครสามารถเข้าระบบเพื่อชำระเงินได้ตลอดเวลาที่อยู่ในช่วง รับสมัคร (ยกเว้นวันสุดท้ายปิดรับชำระเงินภายในเวลา ๒๒.๐๐ น.) และให้เก็บหลักฐานการชำระเงิน (Slip) ไว้เป็นหลักฐานด้วย ๕.๓ ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ประกอบด้วย (๑) ค่าธรรมเนียมสมัครสอบ จำนวน ๕๐๐ บาท (๒) ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต จำนวน ๓๐ บาท ทั้งนี้ การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบภายในวันและเวลาที่สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กำหนดไว้เท่านั้น และเมื่อสมัครสอบและชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว จะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ๕.๔ ผู้สมัครสอบที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้วจะได้รับเลขประจำตัวสอบโดยจะกำหนดเลขประจำตัวสอบตามลำดับของการชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ๕.๕ ผู้สมัครสอบสามารถพิมพ์ใบสมัครและบัตรประจำตัวสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://ncsa.thaijobjob.com หรือ เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์แห่งชาติ https://www.ncsa.or.th เลือกหัวข้อ “ประชาสัมพันธ์” เมนู “สมัครสอบ” ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ มีประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ กำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ โดยกรอกเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เพื่อพิมพ์ใบสมัครสอบและบัตรประจำตัวสอบที่อัปโหลดรูปแล้วลงลายมือชื่อ และนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ในวันสอบ ๖. เงื่อนไขในการรับสมัครสอบ ๖.๑ ผู้สมัครสอบต้องยินยอมให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์แห่งชาติ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อใช้สำหรับการสมัครสอบ โดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ๖.๒ ผู้สมัครสอบสามารถสมัครสอบได้เพียงหนึ่งตำแหน่งและครั้งเดียวเท่านั้น ๖.๓ ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ของผู้มีสิทธิสมัครสอบ ในข้อ ๔.๒ โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย หรือผู้มีอำนาจอนุมัติปริญญาบัตร (ภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร) ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์ ๖.๔ การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรอง ความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดทางอาญาฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ๖.๕ ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ พร้อมทั้งยื่นหลักฐานในการสมัครสอบให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิ ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงตามคุณวุฒิหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าบริการทางอินเทอร์เน็ตไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ในกรณีเลขประจำตัวประชาชนที่ใช้ในการสมัครสอบ ไม่ตรงกับหลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ จะไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด ยกเว้น ในกรณีชื่อ – นามสกุล ของผู้สมัครสอบ ไม่ตรงกับข้อมูลหลักฐานการแสดงตนเพื่อเข้าห้องสอบ ผู้สมัครสอบต้องมีหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ ไปยืนยัน มิฉะนั้น จะไม่มีสิทธิเข้าห้องสอบ ในกรณีที่ผู้สมัครสอบกรอกข้อความในใบสมัครไม่ถูกต้อง ให้ดาวน์โหลดคำร้อง ขอแก้ไขข้อมูลทางเว็บไซต์ https://ncsa.thaijobjob.com เลือกหัวข้อสารพันปัญหา หรือเว็บไซต์ ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ https://www.ncsa.or.th เลือกหัวข้อ “ประชาสัมพันธ์” เมนู “สมัครสอบ” เลือกหัวข้อสารพันปัญหา และส่งไปยังสำนักบริหารกลาง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ทางอีเมล [email protected] ภายในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๘ ๗. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ภายในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘ ทางเว็บไซต์ https://ncsa.thaijobjob.com หรือเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ https://www.ncsa.or.th เลือกหัวข้อ “ประชาสัมพันธ์” เมนู “สมัครสอบ” ทั้งนี้ กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ๘. หลักสูตรและวิธีการสอบ ๘.๑ การสอบคัดเลือกเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (สอบข้อเขียน) วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๘ ๘.๒ การสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับระดับและตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกปรากฏตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ ทั้งนี้ จะดำเนินการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (สอบข้อเขียน) ก่อน และเมื่อสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (สอบข้อเขียน) แล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบ เพื่อวัดความเหมาะสมกับระดับและตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) ต่อไป ๙. เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการสอบ ๙.๑ หลักฐานที่ต้องนำมาในวันสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ (ฉบับจริง) ที่ยังมีผล ใช้บังคับ ซึ่งต้องมีรูปถ่าย ชื่อ – นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ปรากฏชัดเจน และ บัตรประจำตัวสอบที่พิมพ์จากเว็บไซต์ https://ncsa.thaijobjob.com ที่อัปโหลด (Upload) รูปถ่ายสี หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน ๑ ปี ขนาด ๑ x ๑.๕ นิ้ว และลงลายมือชื่อผู้สมัครสอบในบัตรประจำตัวสอบให้ครบถ้วน เพื่อใช้ในการแสดงตนในการเข้าห้องสอบ ๙.๒ หลักฐานที่ต้องนำมาในวันสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับระดับและตำแหน่ง (๑) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ (ฉบับจริง) ที่ยังมีผลใช้บังคับ เพื่อใช้ในการแสดงตนในการเข้าห้องสอบ (๒) ใบสมัครสอบที่พิมพ์จากเว็บไซต์ https://ncsa.thaijobjob.com ที่อัปโหลด (Upload) รูปถ่ายสี หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน ๑ ปี ขนาด ๑ x ๑.๕ นิ้ว และลงลายมือชื่อผู้สมัครสอบในใบสมัครให้ครบถ้วน (๓) สำเนาปริญญาบัตร และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร โดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยหรือผู้มีอำนาจอนุมัติปริญญาบัตร ภายในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๘ จำนวนอย่างละ ๑ ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย หรือผู้มีอำนาจอนุมัติปริญญาบัตร ภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๘ ในกรณีที่ยังไม่ได้รับปริญญาบัตร ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดปิดรับสมัครวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๘ มายื่นแทน (๔) สำเนาเอกสารทางการทหาร จำนวน ๑ ฉบับ ได้แก่ หนังสือสำคัญ (แบบ สด. ๘) และสมุดประจำตัวทหารกองหนุน ประเภทที่ ๑ หรือใบสำคัญ (แบบ สด. ๙) สำหรับทหารกองเกิน และทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ หรือใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด. ๔๓) (๕) หนังสือแสดงความยินยอมให้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (๖) หนังสือแสดงความยินยอมให้ตรวจสอบประวัติการใช้โซเชียลมีเดีย (๗) หลักฐานแสดงประวัติการทำงานที่ผ่านมาเพื่อรับรองการทำงาน เช่น กรณีหน่วยงานของรัฐต้องออกโดยผู้มีอำนาจอนุมัติลงนาม หรือหน่วยงานเอกชนต้องออกโดยนายจ้าง ฯลฯ (๘) หลักฐานแสดงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องอื่น เช่น Certification ด้านไซเบอร์ ผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หรือเกียรติประวัติอื่น ๆ (ถ้ามี) เป็นต้น (๙) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณี ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) เป็นต้น จำนวน ๑ ฉบับ ทั้งนี้ สำเนาเอกสารทุกฉบับ ให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี และระบุเลขประจำตัวสอบ กำกับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสำเนาเอกสาร บรรจุในซองเอกสารสีน้ำตาล ขนาด A4 ปิดผนึก พร้อมทั้งเขียนเลขประจำตัวสอบ ชื่อ – นามสกุล และให้ระบุว่าในซองประกอบด้วยเอกสารอะไรบ้างที่หน้าซองให้ชัดเจน อนึ่ง กรณีที่ตรวจพบภายหลังว่าคุณสมบัติผู้สมัครสอบไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นไป ตามประกาศรับสมัครสอบของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้ตั้งแต่ต้นและจะไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุ และแต่งตั้งหรือเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น ๑๐. เกณฑ์การตัดสิน ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละวิธีการคัดเลือกรายละเอียด ดังนี้ ๑๐.๑ การสอบคัดเลือกเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (สอบข้อเขียน) ผู้ที่ถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (สอบข้อเขียน) จะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ทั้งนี้ หากมีผู้ผ่านเกณฑ์น้อยกว่าจำนวน ที่ต้องการ จะพิจารณาลดหย่อนเกณฑ์คะแนนตามหลักเกณฑ์การวัดผลที่สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ยอมรับได้ ๑๐.๒ การสอบคัดเลือกเพื่อวัดความเหมาะสมกับระดับและตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) ผู้ที่ถือว่าเป็นผู้สอบผ่านการสอบคัดเลือกเพื่อวัดความเหมาะสมกับระดับและตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) จะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ ๑๐.๓ ผู้ที่ถือว่าเป็นการผู้ผ่านการคัดเลือก จะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศ รับสมัครคัดเลือกและเป็นผู้สอบผ่านการสอบคัดเลือกเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (สอบข้อเขียน) และเป็นผู้สอบผ่านการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับระดับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) ตามเกณฑ์ที่กำหนด ๑๑. การขึ้นบัญชีและยกเลิกผู้สอบคัดเลือกได้ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะประกาศ ขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกและผู้ผ่านการคัดเลือกสำรองตามระดับและตำแหน่ง โดยเรียงตามลำดับคะแนนรวมของผู้สอบผ่านการสอบคัดเลือกเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และความเหมาะสมกับระดับและตำแหน่งจากมากไปน้อย ในกรณีที่มีคะแนนเท่ากันให้ผู้ที่ได้คะแนนความเหมาะสมกับระดับและตำแหน่งมากกว่าอยู่ในลำดับที่ดีกว่า การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกและผู้ผ่านการคัดเลือกสำรอง จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลา ไม่เกิน ๑ ปี นับตั้งแต่วันประกาศขึ้นบัญชี โดยจะเรียกผู้ผ่านการคัดเลือกสำรองมาบรรจุเมื่อตำแหน่งที่ขึ้นบัญชีนั้นว่างลง ๑๒. การบรรจุและแต่งตั้ง ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่และระดับตำแหน่ง ตามบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก โดยพิจารณาบรรจุและแต่งตั้งแต่ละตำแหน่งตามความจำเป็นและเหมาะสม ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ๑๓. การขอทราบผลคะแนนการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงาน การประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ให้ถือเป็นที่สุด ผู้สมัครสอบไม่มีสิทธิขอให้ทบทวนแต่ประการใด กรณีที่ผู้สมัครสอบมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สามารถขอทราบคะแนนสอบของตนเองได้ ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติได้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จะดำเนินการสอบคัดเลือกด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมและเสมอภาค ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้รับการขึ้นบัญชีหรือมีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกันนี้ โปรดอย่าได้หลงเชื่อและแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติทราบด้วย |
ระยะเวลารับสมัคร |
สมัครได้ตั้งแต่ 13 ก.พ. – 5 มี.ค. 2568 (ตลอด 24 ชม.) |
ลิงค์รายละเอียดเพิ่มเติม |
https://ncsa.thaijobjob.com/ |